พลูคาวต้านโรคร้ายได้จริงหรือ ?

พลูคาวต้านโรคร้ายได้จริงหรือ ?

พลูคาวต้านโรคร้ายได้จริงหรือ ?

 

ทุกๆคนคงเคยได้ยินชื่อเรียกของพลูคาว และพอทราบมาบ้างว่าพลูคาวมีประโยชน์ต่อร่างกายมาก แต่ก็ยังมีคำถามจากลูกเพจหลายๆท่านว่า พลูคาวต้านโรคร้ายได้จริงหรือ วันนี้ สุขภาพดีดี.com มีคำตอบให้ทุกท่านค่ะ

ลักษณะของพลูคาว

           พลูคาว หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า คาวตอง เป็นผักพื้นบ้านทางภาคเหนือและอีสาน มีกลิ่นคาวทั้งใบและต้น รสชาติคาว ขื่น เผ็ดร้อน พลูคาวจัดเป็นพืชในวงศ์ Saururaceae ลักษณะโดยทั่วไปเป็นไม้ล้มลุก สูง 15-30 เซนติเมตร ลำต้นกลม รากแตกออกตามข้อ

 

          ในส่วนของใบเป็นใบเดี่ยวสีเขียว ออกเรียงสลับ รูปหัวใจ กว้าง 4-6 เซนติเมตร ยาว 6-10 เซนติเมตร ปลายใบเรียวแหลม โคนใบเว้ารูปหัวใจ ขอบใบเรียบ แผ่นใบเรียบ ก้านใบยาวและโคนเป็นกาบหุ้มลำต้น ออกดอกสีขาวเป็นช่อที่ปลายยอด มีกลีบดอก 4 ใบ โดยทั่วไปจะออกดอกเล็กจำนวนมาก ส่วนผล เป็นผลแห้ง แตกออกได้ ข้างในมีเมล็ดรี ๆ

 

           พลูคาวเป็นสมุนไพรพื้นเมืองที่ได้รับความนิยมในแถบเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาเป็นเวลานาน ในประเทศไทยมักพบได้มากในภาคเหนือ และเป็นที่นิยมในภาคเหนือมาก ส่วนในประเทศจีน พลูคาวเป็นพืชสมุนไพรที่นิยมนำมาใช้รักษาอาการไอ โรคปอดบวม และโรคหลอดลมอักเสบ

 

           พลูคาวมีสารประกอบฟีนอลที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย เช่น สารฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) อัลคาลอยด์ (Alkaloid) และสารเควอซิทิน (Quercetin) ซึ่งอาจมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันการทำลายเซลล์ในร่างกาย และยับยั้งการอักเสบได้ ปัจจุบันมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์บางส่วนที่พิสูจน์ความเชื่อเกี่ยวกับคุณสมบัติต่าง ๆ ของพลูคาวไว้ ดังต่อไปนี้

 

          1.มีส่วนช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง

          เนื่องจากพลูคาวเป็นสมุนไพรที่อาจมีฤทธิ์ต้านมะเร็งได้ มีงานวิจัยหนึ่งที่สกัดสารชีวภาพกลุ่มอัลคาลอยด์หลายชนิดจากพลูคาวแล้วนำมาใช้ทดลองในตัวอย่างเซลล์มะเร็งของมนุษย์ พบว่าสารชนิดนี้อาจมีคุณสมบัติต้านการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้

          ส่วนอีกงานวิจัยหนึ่งที่ทดลองใช้พลูคาวปริมาณ 250 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร กับตัวอย่างเซลล์มะเร็งของผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ และไส้ตรงระยะแรกเริ่มในห้องทดลองเป็นเวลา 1 วัน พบว่าพลูคาวอาจยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง และอาจมีส่วนช่วยทำลายเซลล์มะเร็งชนิดนี้ได้

          แม้การศึกษาบางส่วนแสดงให้เห็นว่าพลูคาวและสารสกัดจากพลูคาวอาจช่วยต้านมะเร็งบางชนิดได้ แต่งานวิจัยเหล่านั้นเป็นการค้นคว้าในห้องปฏิบัติการที่ทดลองในตัวอย่างเซลล์เท่านั้น จึงยังไม่อาจยืนยันสมมติฐานด้านนี้ได้อย่างชัดเจน และยังไม่ทราบแน่ชัดว่าการใช้สารสกัดจากพลูคาวจะปลอดภัยต่อร่างกายหรือไม่ จึงควรศึกษาทดลองในมนุษย์เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แน่ชัดต่อไป

 

           2. ต้านการอักเสบ

          เพราะพลูคาวมีสารต่าง ๆ ที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ และอาจช่วยป้องกันการทำลายเซลล์ในร่างกาย จึงมีสมุนไพรและผลิตภัณฑ์อาหารเสริมจากพลูคาวที่มักกล่าวอ้างสรรพคุณในด้านดังกล่าว มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งเผยว่า น้ำมันหอมระเหยจากพลูคาวมีกลไกการออกฤทธิ์คล้ายกับยาต้านอักเสบกลุ่ม NSAIDs ดังนั้น พลูคาวจึงอาจมีประสิทธิผลต้านการอักเสบได้ ส่วนงานวิจัยที่ทดลองประสิทธิภาพของพลูคาวในตัวอย่างเซลล์มนุษย์ พบว่าสารสกัดจากพลูคาวอาจช่วยยับยั้งการอักเสบของเซลล์ผิวหนังได้ 

          อย่างไรก็ตาม งานวิจัยเหล่านี้เป็นเพียงการทดลองในตัวอย่างเซลล์หรือสัตว์ทดลองในห้องปฏิบัติการเท่านั้น จึงควรศึกษาเพิ่มเติมเพื่อยืนยันสมมติฐานว่าพลูคาวสามารถต้านการอักเสบในมนุษย์ได้จริง แล้วนำผลลัพธ์ที่ได้มาปรับใช้เป็นประโยชน์ทางการแพทย์ต่อไปในอนาคต

 

          3. รักษาโรคเบาหวาน

          โรคเบาหวานเป็นภาวะที่ร่างกายดื้อต่อฮอร์โมนอินซูลิน จนทำให้มีน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ พลูคาวเป็นผักที่ไม่มีน้ำตาล และมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพหลายชนิด จึงเชื่อว่าการบริโภคพลูคาวอาจช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและรักษาโรคเบาหวานได้ ซึ่งมีงานวิจัยหนึ่งศึกษาประสิทธิผลในด้านนี้ โดยให้หนูทดลองที่เป็นโรคเบาหวานรับน้ำมันระเหยจากพลูคาว

          หลังการทดลองพบว่าน้ำมันระเหยจากพลูคาวอาจช่วยปรับระดับกลูโคส อินซูลิน และฮอร์โมนอดิโพเนคทิน ซึ่งอาจช่วยให้ร่างกายลดภาวะดื้อต่ออินซูลินลงได้ ซึ่งสอดคล้องกับงานศึกษาอีกชิ้นหนึ่งที่ศึกษาการใช้สารสกัดจากพลูคาวในหนูทดลองที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 เป็นเวลา 8 สัปดาห์ พบว่าสารสกัดดังกล่าวอาจช่วยลดระดับโปรตีนและสารอัลบูมินในปัสสาวะ และอาจช่วยลดภาวะดื้อต่ออินซูลินได้อย่างมีนัยสำคัญ

          แม้งานวิจัยข้างต้นแสดงถึงคุณสมบัติของพลูคาวที่อาจรักษาโรคเบาหวานได้ แต่การค้นคว้าเหล่านั้นเป็นเพียงการทดลองในสัตว์ที่มีผลลัพธ์เป็นการตอบสนองต่ออินซูลินเท่านั้น ไม่ได้เป็นการทดลองรักษาโรคเบาหวานอย่างเจาะจงแต่อย่างใด ดังนั้น ควรศึกษาประสิทธิภาพของพลูคาวโดยทำการทดลองในมนุษย์ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวาน แต่ควรศึกษาถึงความปลอดภัยจากการใช้พลูคาวอย่างรอบคอบก่อนเสมอ

 

พลูคาว-คาวตอง ควรใช้อย่างไร

          เนื่องจากพลูคาวเป็นผักพื้นบ้าน จึงนิยมกินสด ๆ ซึ่งจะได้น้ำมันหอมระเหยของพลูคาวโดยตรง หรือจะกินตามตำรับยาสมุนไพรไทย-จีน ก็ได้ โดยใช้ต้นพลูคาวแห้ง 15-30 กรัม ต้มกับน้ำ แล้วกรองดื่มเป็นชา ในส่วนของการรับประทานพลูคาวสกัด หรือคาวตองสกัดในรูปแบบแคปซูลหรือในรูปแบบใด ๆ ก็ตาม ควรดูวิธีการสกัดพลูคาวหรือคาวตอง รวมไปถึงปริมาณสารสำคัญของพลูคาวในผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ให้ดี เนื่องจากการศึกษาวิจัยแต่ละการศึกษา อาจจะใช้วิธีการสกัดของพลูคาวที่แตกต่างกันออกไป

          ทั้งนี้ ก่อนจะกินสมุนไพรเพื่อรักษาโรคหรือเสริมสุขภาพก็ตาม ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนทุกครั้ง โดยเฉพาะคนที่มีโรคประจำตัว หรือกินยาบางอย่างเป็นประจำ เพราะพลูคาวมีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา ซึ่งอาจไปกระทบกับการทำงานของยาบางตัวที่กินอยู่ได้

 

การรับประทานพลูคาวมีผลข้างเคียงไหม ?

          หากรับประทานพลูคาว หรือผักคาวตอง ในรูปแบบอาหาร มักจะไม่มีผลข้างเคียงที่น่าเป็นห่วง เพราะปริมาณในการกินพลูคาวจะไม่ค่อยมาก และการกินอาหารแต่ละครั้งเราก็จะกินอาหารที่หลากหลาย แต่อย่างไรก็ตาม การใช้พลูคาวทั้งแบบรับประทานและใช้เป็นยาภายนอก ก็อาจเกิดผลข้างเคียงได้ในบางคน ดังนี้

  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • ถ้ารับประทานมากเกินไปจะทำให้หายใจสั้นและถี่ อาจเป็นอันตรายได้
  • ในกรณีใช้ภายนอก ก็อาจมีอาการแพ้ที่ผิวหนัง หรือมีแผลพอง
  • เสี่ยงนิ่วในไตเพิ่มขึ้น หรือคนป่วยโรคไตก็อาจไตวายเฉียบพลันได้ เพราะออกซาเลตในใบพลูคาวอาจตกค้างในร่างกาย ในกรณีที่กินมากเกินไป
พลูคาว รับประทานอย่างไรให้ปลอดภัยที่สุด ?

          แม้พลูคาวจะมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายอยู่มาก และไม่ก่อให้เกิดอันตรายสำหรับคนทั่วไปหากบริโภคในปริมาณที่เหมาะสมจากการรับประทานอาหาร แต่ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลหรือการทดลองใดยืนยันชัดเจนได้ว่าพลูคาวมีประสิทธิผลทางการรักษาหรือป้องกันโรคต่าง ๆ ในมนุษย์ได้ ผู้บริโภคจึงควรระมัดระวังในการบริโภคพลูคาว

 

          โดยเฉพาะในรูปผลิตภัณฑ์อาหารเสริม โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุขประเทศไทยเผยว่า ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน หรือโรคไต ควรระมัดระวังในการบริโภคอาหารเสริมจากพลูคาวเป็นพิเศษ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำและอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด เพราะผู้ป่วยกลุ่มนี้อาจได้รับผลข้างเคียงจากพลูคาวจนทำให้เกิดอาการบวมน้ำและมีภาวะไตวายเฉียบพลัน ได้

 

          ดังนั้นคำถามที่ถามว่า พลูคาวต้านโรคร้ายได้จริงหรือ จึงสามารถตอบได้ว่า มีส่วนช่วยเนื่องจากพลูคาวมีสารประกอบฟีนอลที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย เช่น สารฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) อัลคาลอยด์ (Alkaloid) และสารเควอซิทิน (Quercetin) ซึ่งอาจมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันการทำลายเซลล์ในร่างกาย และยับยั้งการอักเสบได้ แต่อย่างไรก็ตาม การรับประทานพลูคาวจะต้องรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม และกระบวนการประกอบอาหารที่สะอาด ถูกหลักอนามัย จึงจะส่งผลดีต่อร่างกาย

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?

คลิกที่ดาว เพื่อให้คะแนนบทความ

Average rating 0 / 5. Vote count: 0

อ่านจบแล้ว แชร์เลย
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •