สารตกค้างในร่างกาย

  • Last modified on:3 ปี ago
  • Reading Time:3Minutes
  • Post Words:56Words
  • PostView Count:128Views

สารตกค้างในร่างกาย อันตรายกว่าที่คิด

 

            การใช้ชีวิต ณ ปัจจุบันของเรานั้นต้องเผชิญกับสารพิษต่างๆอยู่เสมอ ไม่ว่าจะทาง อากาศ ควัน ไอน้ำ ไอเสีย การรับประทานอาหาร หรือแม้กระทั่งในน้ำดื่มที่เรารับประทานกันอยู่ทุกวัน แต่สารตกค้างต่างๆนั้น เราอาจจะไม่สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่า เนื่องจากสารตกค้างบางชนิดนั้นมีโมเลกุลขนาดเล็กมาก ดังนั้นเพื่อการป้องกันและเตรียมความพร้อม สุขภาพดีดี.com ได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ สารตกค้างในร่างกาย อันตรายกว่าที่คิด มาให้ทุกคนได้ศึกษากันค่ะ

 

            เริ่มต้นกันด้วย มาทำความรู้จักกับ สารปนเปื้อนในอาหาร (Contaminants) กันก่อนนะคะคะ สารปนเปื้อนในอาหาร หมายถึง สารที่ปนเปื้อนมากับอาหารโดยซึ่งอาจมาจากกระบวนการผลิต ทั้งในกรรมวิธีการผลิต โรงงาน การดูแลรักษา การบรรจุ ตลอดจนการขนส่งและการเก็บรักษา หรือเกิดจากการปนเปื้อนจากสิ่งแวดล้อม 

 

            ปัจจุบันในการผลิตอาหาร ผู้ผลิตบางแห่งมีการนำสารเคมี ผสมในอาหาร สารเคมีบางอย่างเป็นอันตรายต่อร่างกาย บางชนิดหากบริโภคเข้าไปในปริมาณมากอาจถึงแก่ชีวิตได้  สารเคมีที่เป็นอันตรายแต่มักพบว่ามีการปนเปื้อนในอาหารและสำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร มีการเก็บตัวอย่างนำมาทดสอบอยู่เสมอ

 

            วันนี้ สุขภาพดีดี.com รวบรวมตัวอย่าง สารตกค้างในร่างกาย ที่เราสามารถพบเจอกันบ่อยมาให้ทุกคนได้อ่านกัน เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงได้ทันท่วงที เพื่อสุขภาพร่างกายที่ดีในระยะยาว มาเริ่มกันที่ชนิดแรกกันเลยค่ะ

 

บอแรกซ์ (Borax)

            บอแรกซ์ (Borax) เป็นสารเคมีสังเคราะห์ ลักษณะเป็นผงสีขาว ไม่มีกลิ่น มีชื่อที่เรียกกันทั่วไปหลายชื่อ เช่น ผงน้ำประสานทอง ผงกรอบ เพ่งแซ เป็นต้น ภาควิชาเภสัชเคมี คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับบอแรกซ์ไว้ โดยทั่วไปบอแรกซ์ใช้ในอุตสาหกรรมทำแก้ว ล้างหม้อขนาดใหญ่ ใช้ป้องกันวัชพืชในการเกษตร ใช้ป้องกันเชื้อราขึ้นตามต้นไม้ ใช้เป็นยาเบื่อแมลงสาบ และใช้เป็นตัวเชื่อมทองเส้นเข้าด้วยกัน ปัญหาการใช้บอแรกซ์เกิดจากมีผู้นำมาใช้ผสมอาหาร เพื่อทำให้อาหารมีความเหนียวหรือกรุบกรอบทำให้อาหารชวนรับประทาน 

 

            อาหารที่มักพบว่ามีบอแรกซ์ผสม เช่น ลูกชิ้น หมูยอ อาหารชุบแป้งทอด พวกกล้วยทอด มันทอด ผัก/ผลไม้ดอง เป็นต้น

 

สารฟอกขาว

            สารฟอกขาว เป็นสารเคมีที่มีคุณสมบัติในการยับยั้งการเปลี่ยนสีของอาหารไม่ให้เป็นสีน้ำตาล เมื่ออาหารนั้นถูกความร้อนในกระบวนการผลิต หรือถูกหั่น/ตัด แล้ววางทิ้งไว้ และยับยั้งการเจริญเติบโตของยีสต์ รา 

 

            สารเคมีดังกล่าวที่นิยมใช้เป็นสารกลุ่มซัลไฟต์ ได้แก่ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ โซเดียมหรือโปแตสเซียมซัลไฟด์ โซเดียมหรือโปแตสเซียมไบซัลไฟต์ และโซเดียมหรือโปแตสเซียมแมตาไบซัลไฟต์ ซึ่งจะได้รับอนุญาตจาก

 

            สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ให้ใช้ได้ในอาหารทุกชนิด คือ สารโซเดียมไฮโดรซัลไฟต์ หรือ โซเดียมไดไทโอไนต์ เป็นสารเคมีที่ใช้ในการฟอกแหวน ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพมาก แต่มีผู้ลักลอบนำมาใช้ฟอกขาวในอาหาร สารนี้มีคุณสมบัติในการสลายตัวได้เร็วเมื่อทิ้งไว้จะเปลี่ยนไปอยู่ในรูปของสารกลุ่มซัลไฟต์


            อาหารที่มักพบว่ามีสารฟอกขาวผสม เช่น  ถั่วงอก ขิงฝอย ยอดมะพร้าว กระท้อน หน่อไม้ดอง น้ำตาลมะพร้าว ทุเรียนกวน

 

            ความเป็นพิษ ถ้าร่างกายได้รับสารฟอกขาวแล้วกระบวนการในร่างกายจะเปลี่ยนสารไปอยู่ในรูปของซัลเฟตและขับออกได้ทางปัสสาวะ แต่ถ้าได้รับสารฟอกขาวกลุ่มโซเดียมไฮโดรซัลไฟต์ หรือกลุ่มซัลไฟต์เกินกำหนด สารฟอกขาวจะไปทำลายไวตามินบี 1 ในร่างกาย ทำให้เกิดอาการหายใจขัด ความดันโลหิตต่ำ ปวดท้อง อาเจียน อุจจาระร่วง ในรายที่แพ้อาจเกิดลมพิษ ช็อค หมดสติ และเสียชีวิตได้โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคหอบหืด

 

โคลิฟอร์มในน้ำและน้ำแข็ง

            โคลิฟอร์มในน้ำและน้ำแข็ง ซึ่งส่วนมากจะตรวจพบเจอสารนี้ในน้ำและน้ำแข็ง หากตรวจพบในน้ำ ก็แสดงว่าน้ำนั้นน่าจะไม่ปลอดภัย คืออาจมีเชื้อโรคอยู่ในน้ำหรือในน้ำแข็งนั้น แบ่งตามแหล่งที่มา จะแบ่งได้เป็น 2 ชนิด คือ

            1. ฟีคัลโคลิฟอร์ม (Fecal coliform) อาศัยอยู่ในลำไส้ของคนและสัตว์เลือดอุ่น ถูกขับถ่ายออกมากับอุจจาระ เมื่อเกิดการระบาดของโรคระบบทางเดินอาหาร จะพบแบคทีเรียชี้แนะชนิดนี้ เช่น อี.โค.ไล (E.coli)
            2. นันฟีคัลโคลิฟอร์ม (Non-fecal coliform) อาศัยอยู่ในดินและพืช มีอันตรายน้อยกว่าพวกแรก ใช้เป็นแบคทีเรียชี้แนะถึงความไม่สะอาดของน้ำได้ เช่น เอ. แอโรจิเนส (A. aerogenes)

 

            อาหารที่มักพบว่ามีโคลิฟอร์มผสม เช่น น้ำดื่ม น้ำธรรมชาติ น้ำปะปา น้ำขวด น้ำแข็ง 

 

            เราควรให้ความสำคัญกับน้ำดื่มและน้ำแข็งให้มากขึ้น เนื่องจากน้ำเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิตซึ่งนอกเหนือจากมีการบริโภคน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติแล้ว เรายังบริโภคน้ำประปา น้ำดื่มบรรจุขวดและน้ำแข็งด้วย น้ำจากแหล่งต่าง ๆ ที่กล่าวถึงอาจมีเชื้อโรคที่ปะปนอยู่ซึ่งจะทราบได้จากการตรวจหาโคลิฟอร์ม น้ำและน้ำแข็งที่ตรวจพบโคลิฟอร์มอาจมีการปนเปื้อนของเชื้อโรคอาหารเป็นพิษซึ่งทำให้ผู้บริโภคมีอาการท้องร่วง ท้องเสีย อาเจียน เป็นไข้ ปวดศีรษะ หรืออาจเสียชีวิตได้

 

สารกันรา (กรดซาลิซิลิค)

            สารกันรา (กรดซาลิซิลิค) เป็นกรดอินทรีย์ชนิดหนึ่ง ที่ใช้เป็นวัสดุในการทำเครื่องสำอาง และการผลิตยาบางชนิด สูตรเคมีคือ C6H4OH.COOH มีลักษณะเป็นผลึกสีขาวมีจุดหลอมเหลว 159 องศาเซลเซียส มีสมบัติยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ได้ดี แต่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ เป็นสารที่ห้ามใช้ในอาหาร แต่มีการนำสารชนิดนี้ใส่ในน้ำดองผักผลไม้เพื่อให้ดูใสเหมือนใหม่อยู่เสมอ

            อาหารที่มักพบว่ามีสารกันราผสม เช่น  แหนม หมูยอ ผักผลไม้ดองจำพวก มะม่วงดอง ผักกาดดอง มะกอกดอง มะดันดอง ขิงดอง ก๊งฉ่าย เกี๊ยมฉ่าย ไชโป้ และหน่อไม้อัดปี๊บ

            กระทรวงสาธารณสุขจึงได้กำหนดห้ามนำมาใส่เจือปนในอาหาร ถ้าผู้บริโภคได้รับสารกันราหรือกรดซาลิซิลิคจนมีความเข้มข้นในเลือดปริมาณ 25ถึง 35 มิลลิกรัม ต่อเลือด 100 มิลลิลิตร จะมีอาการอาเจียน หูอื้อ มีไข้และอาจถึงตายได้

 

สารเร่งเนื้อแดง

            สารเร่งเนื้อแดง เนื่องจากปัจจุบันกระแสนิยมของเนื้อย่างเกาหลี หรือเนื้อย่าง กำลังเป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่น และทำให้มีการฉีดเร่งสารเนื้อแดงมากขึ้นอย่างแพร่หลาย สารเร่งเนื้อแดงในเนื้อสุกรเป็นสารเคมีกลุ่มเบต้าอะโกนิสต์ (Beta-agonist) เช่น ซาลบลูทามอล (Salbutamol), เคลนบิวเทอรอล (Clenbuterol) ซึ่งปกติใช้เป็นยารักษาโรคหอบหืดในคนและสัตว์เท่านั้น แต่มีการลักลอบนำมาใช้ผสมอาหารเลี้ยงสุกร เพื่อเพิ่มเนื้อแดงและลดไขมันตามความต้องการของตลาดและผู้บริโภค ทำให้เกิดการตกค้างของสารนี้ในเนื้อสุกร

            อาหารที่มักพบว่ามีสารเร่งเนื้อแดงผสม เช่น เนื้อหมูสดทุกส่วน เนื้อหมูสามชั้น เนื้อวัวทุกส่วน เป็นต้น

 

            ความเป็นพิษ ถ้าบริโภคสารนี้เข้าไปจะทำให้เกิดอาการมือสั่น กล้ามเนื้อกระตุก ปวดศรีษะ หัวใจเต้นเร็ว เป็นตะคริว คลื่นไส้ อาเจียน มีอาการทางประสาท มีผลกระทบต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณที่ได้รับ

 

            จากที่กล่าวมาข้างต้นจะเห็นได้ว่าถึงแม้ว่าเราจะมีการระวังในการรับประทานอาหาร หรือดื่มน้ำดื่มมากเพียงใด ก็อาจจะมีสารปนเปื้อนอยู่ในอาหารที่เรารับประทานได้ เพราะมีการใช้กันอย่างแพร่หลาย ดังนั้นเราควรเลือกรับประทานอาหารที่ทำให้เรามั่นใจได้ว่าจะไม่มีสารปนเปื้อนหรือมีสารปนเปื้อนน้อยที่สุด โดยเลือกรับประทานอาหารที่สดใหม่ และปรุงสุก เพื่อป้องกันสารปนเปื้อนในระดับแรก 

 

          เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของทุกๆคน สุขภาพดีดี.com ได้คัดเลือกผลิตภัณฑ์ดีๆที่คิดว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกๆคน คือ Maxxlife Detoxzy แมกซ์ไลฟ์ ดีท็อกซ์ซี่ บรรจุ 10 แคปซูล อย. 13-1- 06950-1- 0013 เป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่จะ ช่วยขจัดพิษตกค้างในร่างกายทุกชนิด เช่น แอลกอฮอล์ ควันบุหรี่ สารพิษต่างๆจากการรับประทานอาหารและเครื่องดื่ม และสารเคมีที่ปนเปื้อนในร่างกาย

 

           ส่วนประกอบสำคัญ Maxxlife Detoxzy โปรตีนสกัดจากถั่วเหลือง 150.00 มก. แอล- คาร์นิทีน แอล- ตาร์เตรต 120.00 มก. (ให้แอล- คาร์นิทีน 81.84 มก.) แอล- กลูต้าไธโอน 100.00 มก. แอล- ไลซีน 70.00 มก. แอล- อาร์จินีน 60.00 มก.

 

 

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?

คลิกที่ดาว เพื่อให้คะแนนบทความ

Average rating 5 / 5. Vote count: 2