โรคข้ออักเสบ ไม่ควรทานอะไร?

โรคข้ออักเสบ ไม่ควรทานอะไร?

โรคข้ออักเสบ ไม่ควรทานอะไร?


         โรคข้ออักเสบ (Arthritis) เป็นโรคที่มีความเสี่ยงตามอายุ และสามารถเกิดขึ้นได้จากโรครูมาตอยด์ และโรคเก๊าท์ โดยอาการของโรคนี้จะทำให้ข้อมีอาการปวดบวมแดง เคลื่อนไหวได้ลำบาก หากปล่อยไว้อาจมีอาการแทรกซ้อนที่รุนแรงเช่นอาการติดเชื้อที่มีอันตรายถึงขั้นเสียชีวิต ดังนั้นหากมีสัญญาณเตือนให้เข้าพบแพทย์เพื่อวินิจฉัย และทำการรักษาแต่เนิ่น ๆ

 

โรคข้ออักเสบเกิดจากอะไร?

         เป็นการเสื่อมสภาพของข้อ โดยปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคนี้มีอยู่ด้วยกันหลายประการ และสามารถเกิดขึ้นได้หลายส่วน ซึ่งสามารถแบ่งออกหลัก ๆ ได้ดังนี้

  • จากการติดเชื้อแบคทีเรีย และไวรัส
  • ข้อต่อเกิดการสะสมของผลึกกรดยูริก
  • เกิดได้จากโรครูมาตอยด์ หรือโรคเก๊าท์
  • การเสื่อมสภาพ หรือสึกหรอตามอายุการใช้งานของข้อต่อ
รู้ได้อย่างไรว่าเสี่ยงโรคข้ออักเสบ?

         เนื่องจากสาเหตุของการเกิดโรคนั้นมีหลากหลายประการ ทำให้การหลีกเลี่ยงโรคนี้ทำได้ยาก ดังนั้นการเรียนรู้อาการที่บ่งบอกถึงความเสี่ยงจึงสำคัญ ได้แก่

  1. เกิดอาการบวมแดง และร้อนที่ข้อต่อโดยอาจเกิดขึ้นเพียงจุดเดียว หรือหลายจุด
  2. เมื่อตื่นนอนตอนเช้าข้อจะมีอาการติดขัดเป็นเวลานาน
  3. เคลื่อนไหวข้อต่อได้ลำบาก มีอาการปวด หากกดจะยิ่งมีอาการปวดเจ็บมากขึ้น
  4. มีอาการไข้ เกิดความอ่อนเพลีย และน้ำหนักลดลง

 

         โรคข้ออักเสบเป็นภาวะทั่วไปที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ซึ่งการอักเสบเรื้อรังระหว่างข้อต่อ โรคข้ออักเสบเป็นอาการที่พบได้บ่อยที่สุด อ้างอิงจากงานวิจัยพบว่า โรคข้อเข่าเสื่อมจะสามารถพบได้ในผู้ชายได้มากถึง 40% และ สามารถพบได้ในผู้หญิงได้มากถึง 47% ซึ่งจะสามารถเจอโรคได้หลากหลาย เช่น โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (RA) และโรคข้ออักเสบสะเก็ดเงินเป็นภาวะอักเสบที่ถือว่าเป็นโรคภูมิต้านตนเอง โรคเกาต์เป็นโรคข้ออักเสบชนิดหนึ่งที่พบได้บ่อยมากที่สุด

 

         ผลงานวิจัยหลายชนิดกล่าวว่า การรับประทานอาหารนั้นมีส่วนที่จะทำให้เกิดโรคข้ออักเสบได้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งการเลือกรับประทานอาหารนั้นมีผลที่จะทำให้ร่างกายปลอดภัยจากโรคข้ออักเสบ ในทางกลับกัน การรับประทานอาหารก็มีผลทำให้อาการข้ออักเสบนั้นรุนแรงขึ้นได้เช่นกัน ดังนั้น สุขภาพดีดี.com ได้ทำการรวบรวมอาหารที่ผู้ป่วยเป็น โรคข้ออักเสบ ไม่ควรทานอะไร? มาทั้งหมด 5 ชนิด ดังนี้

 

  • น้ำตาลและสารให้ความหวานแทนน้ำตาล

         น้ำตาลที่จะสามารถพบได้ทั่วไปได้แก่ ลูกอม น้ำอัดลม ไอศกรีม และอาหารต่างๆที่รับประทาน ซึ่งในอาหารที่เราทานในทุกๆวันนั้นมีปริมาณน้ำตาลมากเกินกว่าที่เราคาดคิด อ้างอิงจากงานศึกษาชิ้นหนึ่ง ทำการทดลองกับผู้ร่วมทดลองทั้งหมด 217 คนที่เป็นโรคข้ออักเสบให้รับประทานอาหารที่มีรสหวาน ผลการวิจัยพบว่าอาการของผู้ร่วมทดลองนั้นแย่ลง

         รวมไปถึงน้ำหวานที่มีน้ำตาล เช่น ชานมไข่มุก น้ำอัดลม มีความเสี่ยงต่อโรคข้ออักเสบมากขึ้น อ้างอิงจากงานศึกษาในการศึกษาผู้ใหญ่ 1,209 คนที่มีอายุระหว่าง 20-30 ปี ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มรสฟรุกโตส 5 ครั้งต่อสัปดาห์หรือมากกว่านั้นมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคข้ออักเสบ 3 เท่า เมื่อเทียบกับผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มรสหวานน้อยถึงไม่ดื่มเลย

 

 

  • เนื้อแปรรูปและเนื้อแดง

         อ้างอิงจากงานวิจัยพบว่า การรับประทานเนื้อแปรรูปและเนื้อแดงแสดงให้เห็นถึงระดับการอักเสบสูง เนื่องจากจะทำให้ อินเตอร์ลิวคิน-6 (IL-6) โปรตีน C-reactive (CRP) และโฮโมซิสเทอีน สูงขึ้น เนื่องจากได้ทำการทดลองในผู้เข้าร่วมการทดลองทั้งหมด 25,630 คนพบว่าการบริโภคเนื้อแดงสูงอาจเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อโรคข้ออักเสบ ในทางกลับกัน อาหารที่เน้นพืชเป็นหลักซึ่งไม่รวมเนื้อแดงจะช่วยให้อาการของโรคข้ออักเสบดีขึ้น

 

 

  • อาหารที่มีเกลือสูง

         การลดหรือเลิกการรับประทานที่มีความเค็มจัด และเกลือสูง เช่น ซุปกระป๋อง พิซซ่า ชีสบางชนิด เนื้อสัตว์แปรรูป และสินค้าแปรรูปอื่นๆ อีกมากมาย


นอกจากนี้ จากการศึกษาในหนูทดลอง 62 วันพบว่าการรับประทานอาหารที่มีเกลือต่ำช่วยลดความรุนแรงของ RA เมื่อเทียบกับอาหารที่มีเกลือสูง หนูที่รับประทานอาหารที่มีเกลือต่ำมีการสลายตัวของกระดูกอ่อนและการทำลายกระดูกน้อยกว่ารวมทั้งเครื่องหมายการอักเสบที่ต่ำกว่าหนูที่รับประทานอาหารที่มีเกลือสูง ที่น่าสนใจคือ
นักวิจัยได้แนะนำว่าการบริโภคโซเดียมสูงอาจเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อโรคภูมิต้านตนเอง เช่น โรคข้ออักเสบ

 

  • แอลกอฮอล์

         เนื่องจากแอลกอฮอล์อาจทำให้อาการของโรคข้ออักเสบแย่ลง ผู้ที่เป็นโรคข้ออักเสบควรหลีกเลี่ยงหรือหลีกเลี่ยงการศึกษายังแสดงให้เห็นว่าการดื่มแอลกอฮอล์อาจเพิ่มความถี่และความรุนแรงของการเกิดโรคเกาต์ 

         นอกจากนี้ การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เรื้อรังยังสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของโรคข้อเข่าเสื่อม แม้ว่าการศึกษาทั้งหมดจะไม่พบความเชื่อมโยงที่มีนัยสำคัญ

 

 

  • น้ำมันพืชบางชนิด

         ไขมันเหล่านี้มีความจำเป็นต่อสุขภาพ อย่างไรก็ตาม อัตราส่วนที่ไม่สมดุลของโอเมก้า 6 ต่อโอเมก้า 3 ในอาหารตะวันตกส่วนใหญ่อาจเพิ่มการอักเสบ การลดการบริโภคอาหารที่มีไขมันโอเมก้า 6 สูง เช่น น้ำมันพืช ในขณะที่การเพิ่มการบริโภคอาหารที่มีโอเมก้า 3 เช่น ปลาที่มีไขมันสูง อาจช่วยให้อาการของโรคข้ออักเสบดีขึ้นได้

 

 

การป้องกันโรคข้ออักเสบ

หากไม่รวมถึงปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น อายุที่มากขึ้น ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่เราสามารถทำได้เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดโรคข้ออักเสบ

  1. ออกกำลังกายโดยให้หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องใช้ข้อต่ออย่างหนัก การออกกำลังกายที่ส่งผลดีต่อข้อ คือ ว่ายน้ำ เพราะน้ำจะช่วยพยุงข้อต่อไม่ให้ทำงานหนัก
  2. หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่รวมถึงควันบุหรี่
  3. ทานอาหารที่มีประโยชน์โดยเฉพาะอาหารที่มีโอเมก้า 3 พบได้มากในปลาทะเล
  4. หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ส่งผลต่อข้อ เช่น การยกของหนักให้ยก 2 มือ เป็นต้น

  

ทั้งนี้อาการเจ็บปวดตามข้อที่เกิดขึ้นไม่ควรปล่อยไว้นาน หากมีอาการในระยะหนึ่งควรเข้าพบแพทย์เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดข้อพิการในเวลาต่อมาได้

 

หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสุขภาพ หรือ ปรึกษาเกี่ยวกับการรับประทานอาหารเสริมเพื่อสุขภาพ สามารถแอด Line มาได้เลยที่ Line@ : @healthd หรือ Click ที่ลิงก์ด้านล่างค่ะ ทางเพจเรามีผู้เชี่ยวชาญทางด้านสุขภาพและการรับประทานอาหารเสริม บริการตลอด 24 ชั่วโมงค่ะ

 

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?

คลิกที่ดาว เพื่อให้คะแนนบทความ

Average rating 0 / 5. Vote count: 0

อ่านจบแล้ว แชร์เลย