มะเร็งปอด ฆ่าคน มากที่สุด 

มะเร็งปอด ฆ่าคน มากที่สุด 

มะเร็งปอด ฆ่าคน  มากที่สุด 

มะเร็งปอด เป็นมะเร็ง ที่พบผู้ป่วย มากที่สุดในโลก  และ ในประเทศไทย ผู้ป่วยมะเร็ง ซึ่งเป็นเพศชาย  จะป่วยด้วยมะเร็งปอดสูงสุด  แต่ในผู้ป่วย หญิง จะพบ มะเร็ง เต้านม และ มะเร็งปากมดลูก  

สาเหตุที่ ผู้ป่วย มะเร็งปอด มีอัตราการเสียชีวิต ที่สูงที่สุด เป็นเพราะ การแสดงอาการของมะเร็งปอดนั้น มีอาการผิดปกติ เพียงเล็กน้อย  ร่วมด้วยกับ ความชะล่าใจ ของผู้ป่วยในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง  จึงทำให้ กว่จะมาตรวจ กว่าจะเริ่มรักษา ก็ สายเสียแล้ว อาการหนักแล้ว ช่วย ไม่ทันแล้ว 

ด้วยสาเหตุทนี้จึงทำให้ ผู้ป่วยมะเร็งปอด มีอัตราการเสียชีวิตที่สูงที่สุด

กลุ่มคนที่มีความเสี่ยงต่อการ เป็น มะเร็งปอด

  1. ผู้สูบบุหรี่ หรือ ผู้ที่ใกล้ขิดผู้สูบบุหรี่ ผู้ที่สูบบุหรี่ (บุหรี่มือ 2 ) โดย ผู้ที่ สูบบุหรี่โดยตรง มัก กลายเป็นผู้ป่วยมะเร็ง ปอด 80%-90%
  2. ผู้ที่ได้รับสารพิษ ทางอากาศ เช่น เกษตรกรที่ใช่สารเคมีประเภท ฉีดพ้น  , ทำงานในอุสหกรรมรถยนต์ ทำสีรถ , งานก่อสร้างที่ต้อง สูบฝุ่น ใยหินในปูนซีเมนต์ หรือ การได้รับสารเคมี อยู่ตลอดเวลา
  3. เคยมีประวัติ เป็นโรคปอด  เช่น มีจุดดำในปอด ,วัณโรคปอด , ปอดอักเสบ 

เช็ค สัญญาณเตือน  รู้เร็ว รักษาเร็ว โอกาสหายมีมากกว่า

  1. ไอเรือรัง ไม่ว่าจะเป็นการไอแบบใด ทั้งมีเสมหะ หรือ ไม่มี ไอแห้ง ๆ ก็เข้าข่ายนะค่ะ
  2. เหนื่อยง่าย หายใจไม่อิ่ม เพราะ ก้อนมะเร็ง เริ่มไปอุดตัน เบียดเนื้อปอดทำให้การทำงานของปอดลดลง
  3. มีไข้ ต่ำๆ เรือรัง เพราะ ภายในปอดเกิดการอักเสบ ทำให้เกิดไข้ ได้
  4. เบื่ออาหาร
  5. เกิดการบวมที่หน้า เพราะ เกิด การคั่งของเลือดดำ
  6. เสียงแหบ เพราะ เซลล์มะเร็งบางส่วนเริ่มเข้าโจมตีกล่องเสียง
  7. เจ็บแปลบที่หน้าอกเวลาหายใจ  

ซึ่งอาการเหล่านี้ หากใครเป็นแล้ว อาจจะเกิดความกังวล ซึ่งบางอาการอาจจะไม่ใช่ มะเร็งปอด ก็ได้ ดังนั้น เมื่อเกิดความผิดปกติ ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจ อย่างละเอียด หากว่า เป็น จะได้รับการรักษา ให้ถูกวิธี แต่หากไม่เป็น จะได้เพิ่มความระมัดระวัง ปรับเปลี่ยน วิถีชีวิต ป้องกันตัว 

การป้องกัน  มะเร็งปอด

 

 

  1. ปรับพฤติกรรม ลด เลิก การสูบบุหรี่  หรือ ไม่นำตัวเรา ไปอยู่ในที่ๆ มีควันบุหรี่ 
  2. หากไม่สามารถ เปลี่ยนอาชีพการงานที่เสี่ยงต่อการ รับสารพิษ สารเคมี หรือ ฝุ่นควัน  ควร เพิ่มการป้องกัน ให้รัดกุมมากขึ้น ไม่ควรชะล่าใจ 
  3. ตรวจร่างกายสม่ำเสมอ 
  4. ออกกำลังกาย เป็นประจำ เพื่อทำให้ ปอดได้ ขับของเสีย ออกมาได้มากขึ้น ปอดแข็งแรงขึ้น 
  5. ทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ เพื่อให้สารอาหาร ไปซ่อมแซม ส่วนที่สึกหรอ ผุพัง
  6. เสริมด้วยสมุนไพรที่ ช่วย ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยยังยังการก่อตัวของเซลล์มะเร็ง ที่ได้รับการ ยอมรับ จากวงการแพทย์ทั่วโลก  นั้นคือ เห็ดหลินจือแดง สายพันธุ์ G5 ซึ่ง เป็นสายพันธุ์ ที่ หลายๆประเทศใช่ ทั้งเป็นทางเลือกในการรักษา มะเร็ง หรือ  ใช่ควบคู่กับการ รักษา แผนปัจจุบัน

 

เลือกเห็ดหลินจือแดงอย่างไรให้ได้ประโยชน์ สู้ มะเร็งปอด

เป็นช่วงเวลากว่าสองพันปีมาแล้วที่มีการค้นพบว่าในเห็ดหลินจือแดงมีสารสำคัญกว่าร้อยชนิดที่มีสรรพคุณสำคัญทางการแพทย์โดยการส่งเสริมภูมิคุ้มกัน กระตุ้นให้เม็ดเลือดขาวสร้างสารต้านมะเร็ง นักวิทยาศาสตร์ยังพบว่าในเห็ดหลินจือแดงมีสารต่างๆ ที่เป็นประโยชน์กับร่างกายกว่า 250 ชนิด ซึ่งสารต่างๆ เหล่านี้ทำงานประสานกันได้อย่างน่าอัศจรรย์ ส่งผลให้ร่างกายเกิดความสมดุล เพิ่มพลังในการป้องกันและบำบัดโรค ร่างกายที่เคยทำงานได้ดีตามที่ธรรมชาติมอบให้ก็จะกลับมาทำงานได้ดังเดิม

และในวันนี้ เห็ดหลินจือแดง สายพันธ์ G5 ซึ่งเป็นสายพันธ์ที่ค้นพบว่า มีสารอาหารและคุณค่าในการรักษาทางยาสูงมาก โดยเป็นเห็ดหลินจือแดงที่มาจากแหล่งที่มีชื่อเสียงในการเพาะปลูกเห็ดหลินจือแดงสายพันธ์ G5 มากที่สุด คือ เมืองฉางไป่ซานความพิเศษที่มีมากกว่าแหล่งอื่นๆ คือ เป็นบริเวณที่ติดต่อระหว่าง 3 ประเทศ คือ มองโกเลีย รัสเซีย และ เกาหลีเหนื  ซึ่งอุดมไปด้วย ทรัพยากร ธรรมาชาติ และ ดินภูเขาไปลาวาเก่า 

จึงทำให้ ดินในบริเวณดังกล่าว อุดมสมบูรณ์ ไปด้วย แร่ธาตุบนยอดเขาที่มีทะเลสาบ เป็นน้ำแร่ธรรมชาติ จนได้รับสมญานามว่า ดินแดนสวรรค์ แห่งการเพาะปลูกและ ด้วยการดูแล แบบ ออร์แกนิค 100% จีงทำให้ ได้เห็ดหลินจือแดงที่มีคุณภาพ ที่ดีที่สุด 

  1. การเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เห็ดหลินจือ เพื่อให้ได้คุณค่า ทางยา ในการดูแลรักษาสุขภาพ ตามตำรับยาโบราณ ของแพยท์แผนจีน
  2. เลือก สายพันธ์ที่ได้รับการยืนยัน ว่ามี คุณสมบัติ และ ออกฤทธิ์ ในทางยา เช่น สายพันธ์ G5
  3. เลือก เห็ดหลินจือที่มาจากแหล่งการเพาะปลูก ที่ อุมดสมบูรณ์ ไปด้วยแร่ธาตุ ทั้งน้ำและดิน ที่ใช่เพาะปลูก
  4. เลือก เห็ดหลินจือที่มากจาก แหล่งการเพาะ ปลูก ที่ ปลอดภัยไร้สารเคมี  การดูแล แบบปิด แบบออร์แกนิค 100%
  5. เลือก เห็ดหลินจือที่มาครบทั้ง 3 รูปแบบในการทาน เพื่อบำรุงร่างกายและเป็นยาอายุวัฒนะ  ให้ได้ประโยชน์สูงสุด คือ
  • สปอร์เห็ด เพราะการรับประทานสปอร์เห็ด จะทำให้ร่างกายได้รับสารสำคัญที่เข้มข้นกว่าการับประทานตัวดอกถึง 20 เท่า และ ถือเป็นวิธีการรับประทานเพื่อมุ่งหวังประโยชน์นการบำบัดรักษาโรคได้ดีที่สุด
  • สารสกัด จากเนื้อ เห็ดหลินจือแดง  ซึ่ง มีต้นทุนในการสกัด ที่สูงมาก แต่จะได้รับปริมาณสารสำคัญในเห็ดหลินจืออย่างครบถ้วนและมีประโยชน์มากที่สุด ซึ่งการทานในส่วนนี้ ร่างกาย จะได้รับสารสำคัญที่มีประโยชน์มากกว่าการรับประทานตัวดอก 10 เท่า 
  • การดื่มน้ำต้มเห็ด ซึ่งได้จากดอกเห็ดหลินจือแดงสด ที่ผ่านการทำความสะอาด และการสไลด์ เป็นชิ้นเพื่อความสะดวกในการนำไปต้ม โดยการดื่มน้ำต้มเห็ด หลินจือแดงสายพันธ์ G5  จะให้สารสำคัญ ที่ละลายออกจากมาจาก ความร้อน ที่ใช่ต้ม และคุณค่า ออกมาจากน้ำต้ม ประมาณ 30%  วิธีการต้มคือ นำเห็ดหลินจือแดงสายพันธ์ G5 ที่สไลด์ เป็นชิ้น แล้ว นำมา ต้มประมาณ 4-6 ชิ้น ต่อน้ำ 1 ลิตร ต้มให้เดือด จากนั้นลดไฟอ่อนต้มต่อไว้ประมาณ 30นาที  รับประทารน เช้า-เย็น และสำหรับผู้ที่ต้องควบคุม ระดับน้ำตาล สามารถ เติม ผึ้ง หรือ น้ำตาล ปรุงรส ได้ตามชอบ 

และ ที่สำคัญคือ ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ มีเลขที่อย ชัดเจน ที่ชื่อผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่ายที่ได้รับการยอมรับจาก เภสัชกร ร้านขายยา มานานกว่า 16ปี  จึงจะมั่นใจได้ในคุณภาพ ได้ 100 %

 

 

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?

คลิกที่ดาว เพื่อให้คะแนนบทความ

Average rating 5 / 5. Vote count: 1

อ่านจบแล้ว แชร์เลย
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •