คีลอยด์ คืออะไร และ เรื่องทั้งหมดที่คุณควรรู้

คีลอยด์ คืออะไร และ เรื่องทั้งหมดที่คุณควรรู้

คีลอยด์ คืออะไร และ เรื่องทั้งหมดที่คุณควรรู้

เมื่อบริเวณผิวหนัง ของคนเรา นั้นได้รับบาดเจ็บ เป็นแผล ถลอก หรืออะไรก็ตามแต่

เส้นใย เนื้อเยื่อ และ จะเริ่มก่อตัว ขึ้นเหนือแผล เพื่อป้องกันการบาดเจ็บ ลดการบาดเจ็บ

และ เพื่อการซ่อมแซมแผลให้หาย ซึ่งการเจริญฌติบโต เกินส่วนของผิวหนัง เป็นเรื่อง

ที่เป็นไปได้

 

ในการรักษา ซึ่งจะเป็นตุ่ม หรือ ก้อน เหนือผิว หรือ แผล ของเราออกมา

จากผิวหนังเดิม เราเรียกสิ่งนี้ว่าคีลอยด์ ซึ่งมันอาจจะมีขนาดใหญกว่าแผลมาก

เพราะบางครั้ง ก็เจริญเติบโตมากจนไม่น่ามอง แม้มันจะไม่เป็นอันตราย

แต่มันก็ไม่น่ามองอยู่ดีแหละ

 

คีลอยด์เจริญเติบโตมากจาก แผลเป็น ที่กำลัังสร้างเนื้อเยื่อ โดยการเจริญเติบโต

อาจจะใช้เวลาหลายสัปดาห์ และ จะใหญ่กว่าแผลเดิมมาก ซึ่งการนับว่าเป็นคีลอยดิ์ อาจรวมถึง

  • บริเวณ ที่เปลี่ยนสี่เป็นชมพู หรือ แดง
  • ผิวหนังที่เป็นก้อน หรือ มีรอยนูน และ ยกตัวขึ้น
  • บริเวณที่ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ซึ่งมีเนื้อเยื่อด้านบนแผลเดิม
  • อาการผิวที่คัน หลังเกิดแผล

แม้ว่าในบางครั้ง คีลอยด์ จะสร้างอาการคันให้กับร่างกายคุณ แต่คีลอยด์ไม่ได้มีผลร้าย กับร่างกาย

หรือ ส่งผลต่อสุขภาพ แต่คุณก็อาจจะรำคาญมันได้ เช่นเดียวกัน เพราะว่าคีลอยด์ อาจจะไป

เสียดสีกับเนื้อผ้า หรือ สิ่งที่ๆ ที่คุณสวมใส่ และ อาจจะมีการสัมผัสโดนเจ้าคีลอยด์

ถ้าจะให้พูด ความจริงแล้ว มันก็มีข้อเสียอย่าง คือ คีลอยด์ มักยึดผิวหนังเป็นบริเวณกว้าง

และหากว่า มันไปยึดใกล้กับพวกข้อต่อ จะทำให้ขยับได้ยาก และ มีอาการเจ็บเล็กน้อย

อาจจะกลายเป็น ความน่ารำคาญอีกอย่าง ของคีลลอยด์

 

และ อีกอย่าง ที่อาจจะบอกไม่ได้ว่าคีลอยด์ เป็นตัวรบกวน เพราะส่วนมากน่าจะเป็นผู้หญิง

ในข้อนี้ ก็คือ เรื่องของการแต่งหน้า เพราะเมื่อมันมีขนาดใหญ่มาก อาจจะทำให้ผูหญิง

หลายๆ คน ต้องกังวลใจ เมื่อแต่งหน้า ว่ามันจะเป็นตัวทำให้หน้าโดยรวม ออกมาไม่ดี

 

Line

 

สาเหตุของการเกิดคีลอยด์

  • แผลเป็นจากสิว
  • การเผาไหม้
  • อีสุกอีใส
  • การเจาะหู
  • รอยขีดข่วนต่างๆ
  • การผ่าตัด
  • การฉีดวัคซีน

โดยคิดเป็น % แล้ว นั้นจากการเกิดแผล พบว่า มีโอกาสเป็น คีลอยด์ได้ 10% และโอกาสการเกิด

ในแต่ละเพศ ผูหญิง และ ผู้ชาย เท่ากัน และคนผิวเข้ม มีโอกาสเกิดได้มากกว่า

 

ปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวกับการสร้าง คีลอยด์

  • มีเชื้อสายเอเชีย
  • มีเชื้อสายละติน
  • กำลังตังครรภ์
  • อายุน้อยกว่า 30 ปี

คียลอยด์ มีส่วนขององค์ประกอบ ทางพันธุกรรมเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยอาจจะมีแนวโน้มเป็นได้มากขึ้น

หากพ่อ หรือ แม่ มี หรือ มีทั้งสองคน

 

โดยความจริงแล้ว การมีคีย์ ของการเป็นคีลอยด์นั้น มีที่มาจากการมียีนส์ชนิดหนึ่ง ที่ชื่อว่า

AHNAK โดยทั้งหมดทั้งมวลแล้ว ยีนส์นี้จะเป็นตัวกำหนดว่า คุณจะเป็นคีลอยด์หรือเปล่า

เพราะว่าการมียีนส์นี้ มีอัตราการเกิดคียลอยด์ได้มากกว่า คนที่ไม่มียีนส์นี้ หากคุณมียีนส์นี้

หรือไม่แน่ใจว่ามีรึเปล่า แนะนำว่าอย่าเจาะร่างกาย หรือ อย่าพยายามทำตัวเสี่ยงให้เกิดแผล

จนเกิดเป็นคีลอยด์ได้ในอนาคต

 

การรักษาคีลอยด์ ด้วยตนเอง

อยากจะบอกว่า การดูแล รักษา คีลอยด์นั้น เป็นเรื่องที่ค่อนข้างทำได้ยากมาก

เพราะมันเป็นผล มากจากการที่ร่างกายต้องการที่จะ ซ่อมแซมตัวเอง โดยหากคุณพยายาม

หาทางเอาก้อน หรือ คีลอยด์ อันแรกออกแล้ว มันอาจจะเกิดขึ้นมาใหม่ และ อาจจะมีขนาดใหญ่

มากกว่าอันก่อนก็ได้ หากต้องการดูแล จัดการมันจริง ให้ลองพยายามหาผลิตภัณฑ์ ที่มีความเกี่ยว

กับการดูแล รักษา อาการคีลอยด์ ที่เน้นใช้แล้ว คีลอยด์นุ่มหรือตึงตัวน้อยลง มันทำให้ลดขนาดลงได้

แม้ว่าจะไม่ถึงขนาด ที่ทาแล้วผิวเรียบไปเลยเหมือนเก่า แต่ก็ยังดีกว่าให้มันใหญ่โต และ แข็ง

 

ผ่าตัดคีลอยด์

การที่เรามี คีลอยด์ที่มีขนาดใหญ่ อยู่มาเป็นเวลานาน ทายาก็แล้ว อะไรก็แล้ว แต่ก็ยังไม่มีที่ท่า

ที่มันจะยอมรามือจากเราไปได้ง่าย ๆ ดังนั้นแล้ว หากพบเจออะไรที่หนักเกินกว่าไม้เบาจะแก้ได้

แนะนำ วิธีสำหรับการดูแลปัญหานี้ โดยการผ่าตัด เพราะนี่อาจจะเป็นวิธีเดียว ที่เหลืออยู่

สำหรับการดูแล และ จัดการกับ คีลอยด์ แต่ก็ต้องแบกรับกับความเสี่ยง ที่มันอาจจะกลับมา

และใหญ่ขึ้นอีก และอีกวิธีที่น่าสนใจ คือ การรักษาด้วยความเย็น โดยวิธีการคือ เอาคีลอยด์ออก

ด้วยไนโตรเจนเหลว กระบวนการเพิ่มเติม แนะนำให้ปรึกษาแพทย์

 

รักษาด้วยเลเซอร์ 

การฉายเลเซอร์ เป็นอีกวิธีนึง ที่น่าสนใจ และ ทำให้ผิวเรียบเนียนได้ แต่การใช้เลเซอร์

ใช่ว่าจะดีซะทีเดียว เนื่องจาก อาจจะทำให้ผิว มีความเสี่ยงกับผื่นแดง รอยแดง หลังเลเซอร์

แต่ถ้าคุณรับได้ ต้องขอบอกว่า ดีกว่ามีคีลอยด์แหละ

 

การป้องกันคีลอยด์ เป็นอะไรที่ทำได้ยากมาก และ อาจจะไม่ได้ผลเสมอไป ง่ายๆคือ ลดอาการบาดเจ็บ

ฉีก ถลอก ขาด บาด ผ่าตัด กับร่างให้ได้น้อยสุด นี่น่าจะเป็นวิธีที่ดีสุด ในการเลี่ยงการเป็นคีลอยด์

โดยหากคุณเป็นแล้ว แนะนำว่าอย่าตากแดดมาก เพราะว่าจะทำให้คีลอยด์นั้น เปลี่ยนไปคล้ำ หรือ เข้มมากขึ้น

ปกปิดรอยแผล เมื่อออกไปแดด ทาครีมกันแดด และ ป้องกันผิวด้วยวิธัีอื่นๆ ร่วมด้วย

 

Line

 

 

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?

คลิกที่ดาว เพื่อให้คะแนนบทความ

Average rating 5 / 5. Vote count: 1

อ่านจบแล้ว แชร์เลย
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •