น้ำแร่ดีกว่าน้ำธรรมดา

  • Last modified on:2 ปี ago
  • Reading Time:2Minutes
  • Post Words:23Words
  • PostView Count:180Views

 

น้ำแร่ดีกว่าน้ำธรรมดา อย่างไร?

 

หากคุณเดินในห้างสรรพสินค้าหรือร้านสะดวกซื้อ คุณจะเห็นน้ำดื่มในหลากหลายรูปแบบ ซึ่งมีทั้งน้ำดื่มธรรมดา น้ำแร่ธรรมชาติ น้ำแร่ น้ำผสมวิตามิน และน้ำอื่นๆอีกมากมาย แต่คุณรู้หรือไม่คะว่า น้ำแร่กับน้ำดื่มธรรมดานั้นแตกต่างกันอย่างไร ? วันนี้ สุขภาพดีดี.com ได้รวบรวมข้อมูลดีๆเกี่ยวกับหัวข้อ น้ำแร่ดีกว่าน้ำธรรมดา อย่างไร? มาให้ทุกคนได้อ่านและทำความเข้าใจกันค่ะ

 

เริ่มต้นกันที่ทำความรู้จักกับน้ำแร่กันก่อนว่าคืออะไร และมีความแตกต่างกันอย่างไร?

น้ำแร่ คือ น้ำบาดาลที่มาจากแหล่งธรรมชาติ อย่างน้ำพุธรรมชาติ น้ำพุร้อน ซึ่งที่มีแร่ธาตุละลายอยู่ในน้ำแล้ว ไม่ใช่การนำแร่ธาตุมาเติมในน้ำเอง โดยหลัก ๆ จะมีแร่ธาตุอยู่ 5 ชนิด คือ แคลเซียม โซเดียม แมกนีเซียม โพแทสเซียม และกำมะถัน แต่จะมีแร่ชนิดไหนมากกว่าก็ขึ้นอยู่กับแหล่งของน้ำที่นำมา และรสชาติที่แตกต่างกันก็ขึ้นอยู่กับว่าน้ำนั้นมีแร่ธาตุอะไรมากกว่าเช่นกัน ถ้ามีรสเค็มก็เป็นเพราะมีโซเดียมมากกว่าแร่ธาตุอื่น ๆ 

ชนิดของน้ำแร่
  • น้ำแร่ไบคาร์บอเนตมีปริมาณไบคาร์บอเนตมากกว่า 600 มิลลิกรัมต่อลิตร ช่วยกระตุ้นการเคลื่อนของอาหารจากกระเพาะอาหารไปยังลำไส้เล็กให้เร็วขึ้น, กระตุ้นการหลั่งของฮอร์โมนในกระเพาะอาหาร, ช่วยเพิ่มปริมาณน้ำและเกลือแร่ให้แก่ร่างกาย ดังนั้นใครที่กำลังจะไปออกกำลังกาย หรือไปทำงานที่ต้องเสียเหงื่อ สามารถดื่มน้ำแร่นี้ได้ 500-700 มิลลิลิตร จะช่วยลดภาวะเลือดเป็นกรด
  • น้ำแร่ซัลเฟตมีปริมาณ ซัลเฟตมากกว่า 200 มิลลิกรัมต่อลิตร ช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ โดยเฉพาะในคนที่ท้องผู้กเรื้อรัง
  • น้ำแร่ซัลเฟต-ไบคาร์บอเนตใช้รักษาภาวะที่การทำงานของถุงน้ำดีผิดปกติ, นิ่วในถุงน้ำดี, อาการหลังผ่าตัดถุงน้ำดี
  • น้ำแร่ซัลเฟอร์, เกลือ-ไอโอดีน, เกลือ-โบรมีน-ไอโอดีนไม่นิยมดื่ม มักใช้กับอวัยวะภายนอกร่างกาย ใช้อาบ หรือสูดพ่นทางเดินหายใจ มีฤทธิ์บรรเทาอาการอักเสบของระบบสืบพันธุ์เพศหญิง และบรรเทาอาการทางผิวหนังบางชนิด
  •  น้ำแร่ซัลเฟอร์และไบคาร์บอเนตใช้ในการรักษาโรคเบาหวาน โดยจะลดระดับน้ำตาล อาการกระหายน้ำ ปัสสาวะบ่อย และช่วยลดความต้องการอินซูลิน นอกจากนี้น้ำแร่ไบคาร์บอเนต ยังช่วยลดภาวะเลือดเป็นกรดในผู้ป่วยเบาหวานได้
  •  น้ำแร่คลอรีน (น้ำเกลือ)มีปริมาณคลอไรด์มากกว่า 200 มิลลิกรัมต่อลิตร ช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้และการหลั่งสารที่เกี่ยวข้องกับน้ำและอิเล็กโตรไลท์, กระตุ้นการหลั่งน้ำดี, บรรเทาอาการท้องผูก
  • น้ำแร่แคลเซียมมีปริมาณแคลเซียมมากกว่า 150 มิลลิกรัมต่อลิตร เหมาะกับผู้ที่ต้องการแคลเซียมในปริมาณมากกว่าคนปกติ เช่น เด็ก หญิงตั้งครรภ์ สตรีวัยหมดประจำเดือน ผู้สูงอายุ

 

  • น้ำแร่แมกนีเซียมมีปริมาณแมกนีเซียมมากกว่า 50 มิลลิกรัมต่อลิตร ช่วยกระตุ้นการหลั่งน้ำดี

 

แตกต่างจากน้ำธรรมดาอย่างไร?

 

                    ไม่มีความแตกต่างกันมากนักแต่จะมีความแตกต่างกันที่น้ำแร่นั้นมีแร่ธาตุมากกว่าในน้ำดื่มปกติเท่านั้นเอง ซึ่งถ้าหากถามว่าจำเป็นต้องดื่มน้ำแร่มั้ยนั้น คำตอบก็คืออาจจะไม่จำเป็น ด้วยความที่น้ำแร่มีปริมาณแร่ธาตุมากกว่าน้ำเปล่าธรรมดา ๆ ทำให้หลายคนเข้าใจว่า ถ้าอย่างนั้นดื่มน้ำแร่ก็น่าจะดีกับสุขภาพมากกว่าดื่มน้ำเปลาธรรมดาแน่ ๆ เลย เพราะจะได้รับแร่ธาตุมากกว่า

                    แต่ในความเป็นจริงแล้ว เราไม่จำเป็นต้องดื่มน้ำแร่ก็ได้ หากเราไม่ได้เจ็บป่วยหรือร่างกายขาดแร่ธาตุตัวใด เพราะร่างกายของเราได้รับแร่ธาตุวิตามินมาจากอาหารที่เราทานทุกวันอยู่แล้วค่ะ

 

ประโยชน์ของการดื่มน้ำ

 

1. ช่วยลดน้ำหนัก

                    สำหรับคุณผู้หญิงหรือคุณผู้ชายที่กำลังลดน้ำหนักอยู่ การดื่มน้ำจะช่วยกระตุ้นการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย เมื่อร่างกายมีน้ำมาเติมเต็ม จะทำให้ความอยากอาหารลดลง การลดน้ำหนักจะเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น

 

2. ช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น

                    การดื่มน้ำน้อยมีสาเหตุมาจากการที่ลำไส้เคลื่อนไหวไม่คล่อง ดังนั้นการดื่มน้ำไม่เพียงพอ ร่างกายจึงดึงน้ำจากอุจจาระในลำไส้เรานั่นเอง ทำให้อุจจาระเราผูก ขาดความชุ่มชื้น การดื่มน้ำเข้าไปในร่างกาย จะทำให้การทำงานของลำไส้เป็นไปอย่างสมดุล การขับถ่ายก็คล่องขึ้น

 

3. ดื่มน้ำต้านมะเร็ง

                    จากงานวิจัยพบว่า ผู้ที่ดื่มน้ำในปริมาณที่เพียงพอ มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็งลำไส้ลดลงมากถึง 45% รวมทั้งมะเร็งกระเพาะปัสสาวะและมะเร็งเต้านม ลดลงถึง 50% เพราะน้ำเป็นตัวชำระล้างของเสียในลำไส้และร่างกายของเรา ซึ่งเป็นตัวก่อให้เกิดสารก่อมะเร็งได้

 

4. ช่วยให้สมองทำงานดีขึ้น

                    มีงานวิจัยออกมาว่า สมองของเราได้สูญเสียน้ำอย่างรวดเร็ว จากกิจวัตรประจำวัน ก่อให้เกิดการกระหายน้ำ รู้สึกเพลีย ไม่สดชื่น อาจมีอาการมึนงงได้ ดังนั้นการดื่มน้ำจึงเป็นวิธีการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ โดยเฉพาะการดื่มน้ำตอนเช้าหลังตื่นนอน จะช่วยกระตุ้นให้สมองทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

5. ช่วยให้หัวใจทำงานแข็งแรง

                    การดื่มน้ำเป็นประจำช่วยลดความหนืดของเลือด ไปเจือจางสารพิษที่ไปเกาะบริเวณหลอดเลือดของเรา อันเป็นสาเหตุของโรคหัวใจ ดังนั้นการดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสม โดยจะต้องดื่มน้ำวันละ 8-10 แก้วต่อวัน ช่วยให้การไหลเวียนของโลหิตคล่องตัวขึ้นและช่วยให้หัวใจทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

6. ช่วยให้ผิวมีสุขภาพดี ชะลอวัย

                    การดื่มน้ำน้อยจะทำให้เซลล์ผิวหนังของเราไม่มีความชุ่มชื้น แห้งกร้าน ก่อให้เกิดสิวได้ การดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสม ช่วยเติมความชุ่มชื่น ผิวของเราจะมีความเปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวล ดูอ่อนกว่าวัยขึ้นมาทันที

 

ที่มาข้อมูล : น้ำเปล่า vs น้ำแร่

ประโยชน์ของน้ำดื่ม น้ำเปล่า vs น้ำแร่ ดื่มอะไรดีกว่ากัน?

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?

คลิกที่ดาว เพื่อให้คะแนนบทความ

Average rating 0 / 5. Vote count: 0