ผักอะไรไม่ควรกินดิบ
  • Last modified on:5 เดือน ago
  • Reading Time:2Minutes
  • Post Words:9Words
  • PostView Count:101Views

 

ผักอะไรไม่ควรกินดิบ

                ทุกคนคงพอทราบกันดีว่าการรับประทานผักและผลไม้นั้นเป็นประโยชน์ต่อร่างกายมาก เนื่องจากผักมีสารอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการ แต่อย่างไรก็ตามการรับประทานผักนั้นควรรับประทานแต่พอดี และรู้วิธีการรับประทานที่ถูกต้อง ผักบางชนิดนั้นควรรับประทานสุกไม่ควรกินดิบ และถ้ารับประทานผิดวิธี จะเป็นการทำลายสุขภาพแทน โดยการทำให้สุกในผักบางชนิดนั้นจะทำให้สารพิษต่างๆที่ตกค้างอยู่ในผักนั้นหมดไป 

                วันนี้ สุขภาพดีดี.com ได้รวบรวมชนิดของผักทั้งหลายที่ไม่ควรรับประทานดิบมาให้ทุกคนได้อ่านกัน และแนะนำวิธีการรับประทานที่ถูกต้องให้กับทุกคนในหัวข้อ ผักอะไรไม่ควรกินดิบ มาเริ่มกันเลย!! 

 

ผักอะไรไม่ควรกินดิบ ?

1.กะหล่ำปลี 

                เนื่องจากในกะหล่ำปลีดิบมี สารออกซาเลต ซึ่งเราจะได้รับสารนี้เข้าสู่ร่างกาย เมื่อมีการรับประทานกะหล่ำปลีดิบ ๆ ในปริมาณมาก ซึ่งถ้าหากมีสารออกซาเลตเข้าไปที่กรวยไต อาจจะทำให้เกิดโรคนิ่วขึ้นได้ และนอกจากนี้กะหล่ำปลีดิบ

 

                ยังคงมี สารกอยโตรเจน ซึ่งเป็นสารที่คอยยับยั้งการสร้างฮอร์โมนของต่อมโทรอยด์ในร่างกายของเรา ซึ่งจะส่งผลทำให้ร่างกายของเรานั้น ดึงไอโอดีนจากเลือด เพื่อนำไปใช้ได้น้อยกว่าปกติ จนทำให้เกิดโรคคอหอยพอกขึ้นได้ แต่สำหรับสารนี้สามารถสลายตัวได้อย่างรวดเร็วเมื่อโดนความร้อน เพราะฉะนั้น การบริโภคกะหล่ำปลีแบบสุก ๆ ถือได้ว่าปลอดภัยอย่างมากที่สุด

2.ถั่วงอก

                เนื่องอาจมีเชื้อจุลินทรีย์หรือสารฟอกขาวปนเปื้อนได้ หากพูดถึงกระบวนการการเพาะ เมื่อเพาะถั่วงอกจะต้องอาศัยความชื้น ซึ่งเหมาะที่จุลินทรีย์จะเติบโตได้ง่าย อย่างพวกเชื้อซัลโมเนลลา และเชื้ออีโคไล ซึ่งหากกินดิบ โดยล้างไม่สะอาดก็อาจรับเชื้อเหล่านี้ ดังนั้น ทางที่ดีหากจะกินดิบ ก็ควรแช่น้ำด่างทับทิมก่อนเพื่อฆ่าจุลินทรีย์ แต่หากไปกินตามร้านอาหาร ก็ไม่แน่ใจว่าจะสะอาดหรือไม่ ยิ่งในคนที่ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ อย่างเด็กเล็ก หรือหญิงตั้งครรภ์ก็ย่อมเสี่ยงรับเชื้อโรคได้ง่ายกว่าคนร่างกายแข็งแรง

3.ถั่วฝักยาว

                ในส่วนที่ต้องระวังมากที่สุดคือ สารกำจัดศัตรูพืช เนื่องจากหากมีการฉีดสารเคมีป้องกันพวกแมลงศัตรูพืชนั้น ปกติจะต้องทิ้งไว้ประมาณ 7 วันเพื่อให้สารสลายไปเองตามธรรมชาติ แต่ไม่สามารถทราบได้ว่ามีการทิ้งระยะการเก็บหลังฉีดพ่นยาตามระยะเวลาดังกล่าวหรือไม่ ซึ่งหากมีการปนเปื้อนจะเป็นอันตราย

                เนื่องจากสารที่ใช้คือ โมโนโครโตฟอส (monocrotophos) ถั่วฝักยาวจะดูดซึมสารเคมีนี้ไว้ภายใน การล้างจากภายนอกอาจไม่เพียงพอ ซึ่งหากจะรับประทานนอกจากล้างน้ำภายนอกแล้ว ต้องแช่น้ำทิ้งไว้สัก 5 นาที โดยอาจทำ 2 ครั้ง หรืออาจหักเป็นท่อนๆ ก่อนล้างเพื่อให้สารเคมีออก

4. หน่อไม้

                เนื่องจากในหน่อไม้สดจะมี สารไซยาไนด์ ซึ่งจะเป็นพิษต่อร่างกาย เมื่อร่างกายได้รับสารนี้ในปริมาณมาก สารนี้จะเข้าไปจับกับฮีโมโกลบิน ส่งผลทำให้เกิดอาการขาดออกซิเจน จนทำให้หมดสติ และอาจจะเสียชีวิตได้ในที่สุด เพราะฉะนั้น ถ้าหากใครอยากจะรับประทานหน่อไม้ ควรปรุงสุกด้วยความร้อนเสียก่อน ถึงจะปลอดภัย

5. มันสำปะหลัง

                กรมควบคุมโรค ได้ประกาศแจ้งเตือนว่า หากมีการรับประทานมันสำปะหลังดิบ โดยเฉพาะในส่วนหัว รากและใบ อาจจะมีพิษส่งผลทำให้ถึงตายได้ ซึ่งพิษในมันสำปะหลังจะเข้าไปขัดขวางการทำงานของระบบหัวใจ ในรายที่ได้รับพิษน้อยที่สุด จะเกิดอาการวิงเวียนศีรษะ มีอาการปวดหัว ปวดท้อง คลื่นไส้ และอุจจาระร่วง

6. ผักโขม

                เนื่องจากภายในผักโขมดิบ ๆ จะมีกรดออกซาลิก ซึ่งจะส่งผลทำให้ลำไส้ของเราระคายเคือง และยังเป็นตัวขัดขวาง ที่จะทำให้ไม่ร่างกายของเรานั้น ได้ดูดซึมธาตุเหล็กและแคลเซียม ซึ่งในภายหลังจะส่งผลทำให้เราเป็นโรคนิ่ว

 

7. บรอกโคลี

                เนื่องจากบรอกโคลี เป็นพืชตระกูลเดียวกันกับกะหล่ำปลี จึงมีน้ำตาลที่ส่งโทษทำให้เกิดอาการท้องอืดได้เช่นกัน หากมีการนำมารับประทานแบบดิบ ๆ อีกทั้งในบรอกโคลี ยังคงมีฮอร์โมนบางชนิด ที่กระตุ้นทำให้เกิดโรคไทรอยด์ได้ อีกเช่นเดียวกัน

 

                เห็นแบบนี้แล้ว ควรระวังการรับประทานผักให้ถูกต้อง เนื่องจากผักบางชนิดก็ไม่สามารถที่จะรับประทานแบบดิบได้ ดังนั้นควรทราบข้อมูลเบื้องต้น และลักษณะสำคัญของผักนั้นๆไว้คร่าวๆ เพื่อประโยชน์สูงสุดของการรับประทานนะคะ

 

ที่มาข้อมูล : ผัก 8 ชนิดที่ไม่ควรกินดิบ

ไขข้อข้องใจ! ‘ผัก 5 ชนิด’ ห้ามกิน ‘ดิบ’ จริงหรือ?

 

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?

คลิกที่ดาว เพื่อให้คะแนนบทความ

Average rating 5 / 5. Vote count: 1

By admin

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น