• Last modified on:3 สัปดาห์ ago
  • Reading Time:1Minute
  • Post Words:19Words
  • PostView Count:19Views

รับมือ ฝุ่น PM 2.5

              ช่วงนี้ ตื่นขึ้นมาเหมือนมีหมอกลง เราก็คิดว่า อากาศดี ที่ไหนได้ พอออกมาทำงานเท่านั้นแหละ แสบจมูกขึ้นมาเลย กดเข้า App เช็คค่าฝุ่น โอ้โหววว มันกลับมาแล้วจ้า กับ ไอ้ต๊าวตัวร้าย ฝุ่น PM 2.5  หนาแน่นเกือบทั่วทั้งประเทศ ยิ่งใครที่มีร่างกายอ่อนแอ หรือ เป็นโรคภูมิแพ้ อาการกำเริบแน่นอน แต่ชีวิตต้องดำเนินต่อไป วันนี้ สุขภาพดีดี จะมาบอกวิธี รับมือ ฝุ่น PM 2.5 ให้ทุกคนได้ดูแลตัวเอง และคนรอบตัว

              ฝุ่น PM 2.5 กระทบกับระบบทางเดินหายใจโดยตรง โดยอาการจะเริ่มตั้งแต่ แสบจมูก คัดจมูก จาม ไอ มีน้ำมูก บางคนรุนแรงถึงขั้นหายใจไม่ออก ไซนัสอักเสบ ต้องไปพบแพทย์ เพื่อทำการรักษา (อย่างแอดมินเป็นต้น T_T) อาจจะต้องทานยา ล้างจมูก สัก 4-5 วัน อาการถึงจะบรรเทาลง

 

 

วิธีดูแลตัวเองจากฝุ่น PM 2.5

  • ดูแลห้องนอนให้มีฝุ่นน้อยที่สุด เพราะเวลาพักผ่อนเป็นช่วงเวลาที่จะได้ผ่อนคลาย ถ้าหากปล่อยให้ในห้องนอนมีฝุ่น ก็จะส่งผลกระทบ รบกวนการนอน อาจจะมีอาการหายใจไม่ออก หรือ แสบจมูก จนตื่น  
  • ดูดฝุ่นด้วยเครื่องดูดฝุ่นสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ไม่ควรใช้ไม้กวาดในการกวาดฝุ่น เพราะจะทำให้ฝุ่นฟุ้งกระจาย ควรจะใช้เครื่องดูดฝุ่น หรือ ใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดฝุ่นออก เพื่อไม่ให้ฝุ่นกระจาย
  • เช็ดฝุ่นที่เกาะอยู่ตามพื้นผิวของเครื่องใช้ พยายามเช็ดฝุ่นตามเครื่องใช้ต่างๆภายในบ้าน เป็นประจำ
  • ไม่ปูพรมขนสัตว์หรือใยสังเคราะห์ เพราะพรมเหล่านี้ เป็นพรมที่เก็บกักฝุ่นได้เยอะมาก นอกจากเป็นพิษต่อลมหายใจแล้ว เมื่อผิวของเราไปสัมผัส ก็อาจจะก่อให้เกิดผื่นคันได้
  • ไม่เปิดประตูหรือหน้าต่างทิ้งไว้ การเปิดหน้าต่างหรือประตู ทำให้ฝุ่นจากภายนอกเข้ามาภายในบ้าน ทางที่ดี ในช่วงที่ฝุ่น PM 2.5 ระบาด ควรปิดหน้าต่างหรือประตูไว้ก่อนจะดีกว่า
  • สวมหน้ากากอนามัยแบบ N95 เมื่อต้องออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง หน้ากากอนามัยแบบ N95 จะสามารถป้องกันฝุ่น PM 2.5 ได้ดีกว่า หน้ากากอนามัยทั่วไป เพราะ ฝุ่น PM 2.5 มีขนาดที่เล็กมากๆ จึงสามารถเล็ดลอดเข้าไปได้ง่าย
  • หาซื้อเครื่องฟอกอากาศมาใช้ เครื่องฟอกอากาศก็เป็น 1 ตัวช่วย ที่สามารถกรองอากาศภายในบ้าน หรือห้องนอน ให้ดีมากขึ้น เพราะนอกจากจะช่วยกรองฝุ่นแล้ว ยังช่วยฆ่าเชื้อโรคในอากาศอีกด้วย

 

การเตรียมร่างกายให้พร้อม และแข็งแรงเสมอ เป็นทางออกที่ดีที่สุด เพราะไม่ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงทางอากาศหรือใดๆ ก็จะส่งผลกระทบต่อตัวเราน้อย แต่หากมีอาการใดๆที่รู้สึกรุนแรง และกระทบต่อการดำเนินชีวิต ควรรีบไปพบแพทย์ หรือ ผู้ที่โรคแพ้อากาศเป็นโรคประจำตัว ยิ่งต้องหมั่นสังเกตตัวเอง

 

ขอบคุณข้อมูลจาก พบแพทย์

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?

คลิกที่ดาว เพื่อให้คะแนนบทความ

Average rating 0 / 5. Vote count: 0

By admin

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น