ลดน้ำตาลในเลือด ด้วย”ขิง”ได้จริงหรือ

ลดน้ำตาลในเลือด ด้วย”ขิง”ได้จริงหรือ

ลดน้ำตาลในเลือด ด้วย”ขิง”ได้จริงหรือ

ขิง เป็นสามารถนำไปประกอบอาหารได้

และยังนำไปเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ

และยังมีประโยชน์มากมาย บรรเทาได้หลายอาการ

อีกทั้งอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญๆ

ต่อร่างกาย อีกทั้งขิงยังเป็นสมุนไพรพื้นบ้าน

ใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย และยังเป็นเครื่องดื่มแก้กระหายน้ำ

 

เครื่องดื่มของสาย Healthy 

และเราจะพาไปดูประโยชน์

ของขิงว่าช่วยอะไรบ้างดีขนาดไหน

ดียังไงและลดน้ำตาลในเลือดได้จริงหรือไม่

อย่างไรและมาบอกวิธีลดน้ำตาลในเลือด

และขิงมีสรรพคุณอะไรบ้างไปดูกันเลย…

ลักษณะของขิงโดยทั่วที่หาได้ง่ายๆ มีดังนี้

 

ลักษณะของขิงและลำต้น 

เป็นพืชล้มลุก มีเหง้าอยู่ใต้ดิน

เปลือกนอกของขิงมีสีน้ำตาลออกเหลืองๆ

เนื้อในสีนวลสีเนื้อมีกลิ่นที่หอม ใบเป็นชนิดใบเดี่ยว

ออกเรียงสลับกันเป็นสองแถว ใบลักษณะเรียวแหลม

โคนใบแคบและจะมีกาบหุ้ม และมีดอกเป็นสีขาว

หากออกรวมกันจะเป็นช่อรูปเห็ด

ทางขึ้นมาจากเหง้าที่อยู่ใต้ดิน

ดอกที่มีกาบสีเขียวปนแดง

 

การเก็บเกี่ยวเหง้าขิง

ขิงอ่อนจะเริ่มเก็บเกี่ยว ได้ช่วงอายุ 4 – 5 เดือน

และขิงแก่จะเริ่มเก็บเกี่ยวได้ช่วงตอน

10 – 12 เดือนหลังจากการปลูก

สังเกตได้จากใบและส่วนลำต้น

ต้นหรือใบเริ่มเหี่ยวเมื่อขิงอายุได้ช่วงเข้าเดือนที่ 8

ในการเก็บเกี่ยว ถ้าเป็นพื้นที่แห้ง

และแข็งให้รดน้ำที่แปลงปลูกเพื่อ

ให้ดินมีความชุ่มชื้นและใช้มือดึงแง่งขิง

ขึ้นมาล้างดินออกและตัดแต่งแง่งขิง

และยกไปทำพันธุ์ ต่อไป

 

คุณค่าทางโภชนาการของต้นขิง

ขิงให้คุณค่าโภชนาการมากมายดีต่อสุขภาพ

ขิง 100 กรัม มีคุณค่าโภชนาการตามนี้

 

1. คาร์โบไฮเดรต 4.4 กรัม

2. เส้นใยอาหาร 0.9 กรัม

3. โปรตีน 0.5 กรัม

4. ไขมัน 0.6 กรัม

5. แคลเซียม 18 มิลลิกรัม

6. เหล็ก 1.2 มิลลิกรัม

7. ฟอสฟอรัส 22 มิลลิกรัม

8. เหล็ก 1.2 มิลลิกรัม

9. บีตา – แคโรทีน 10 ไมโครกรัม

10. วิตามินซี 1 มิลลิกรัม

 

 

ขิงมีประโยชน์มากมาย

ทุกส่วนมาดูกันเถอะว่าแต่ละส่วนนั้น

ดีขนาดไหน มีส่วนไหนกินได้บ้างตามไปดูกันเลย

 

1. เหง้าขิง : เหง้าขิงมีรสชาติที่เผ็ดร้อนอ่อนๆ

ช่วยขับลม แก้ท้องอืด แก้แน่นเฟ้อ จุกเสียด

คลื่นไส้อาเจียน ขับเสมหะ ลดน้ำตาลในเลือด

หากมีอาการเหล่านี้เหง้าขิงช่วยได้

 

2. ต้นขิง : มีรสชาติเผ็ดร้อน ช่วยในการขับลมให้เรอ

แก้จุกเสียดแน่นท้อง แก้ท้องร่วง แก้ท้องเสีย

ลำต้นขิงต้มดื่มสามารถช่วยได้

 

3. ใบต้นขิง : ใบขิงรสชาติเผ็ดร้อนอ่อนๆ

บำรุงเลือดกำเดา แก้รอยฟกช้ำ แก้นิ่ว

แก้ปัสสาวะติดขัดฆ่าพยาธิในร่างกาย

 

4. ดอกขิง : รสชาติเผ็ดร้อนขม

แก้โรคประสาทที่ทำให้คิดมาก

ช่วยระบบย่อยอาหารดีขึ้น

แก้ปัสสาวะติดขัด

 

5. รากขิง : รสชาติหวานเผ็ดร้อนขม

แก้แน่นหน้าอก ช่วยให้เจริญอาหาร

แก้มลมพิษ แก้เสมหะในลำคอ

 

6. ผลขิง : รสชาติหวานเผ็ดอ่อนๆ

ช่วยบำรุงน้ำนม แก้ไข้ แก้คอแห้งได้ดี

แก้เจ็บคอ แก้ตาฟ่าฟาง

เป็นยาพื้นบ้านอายุวัฒนะ

 

ข้อควรระวังในการทานขิงหรือดื่มน้ำขิง

1. อาจทำให้เกิดแผลร้อนในภายในปาก

ขิงเป็นสมุนไพรที่กินเข้าไปแล้วออกฤทธิ์ร้อน

ถ้าหากรับประทานเข้าไปมากๆ

ก็จะสามารถทำให้เยื่อบุภายในช่องปาก

เกิดการอักเสบจนเป็นอาการร้อนในภายในปากได้

 

2. ยับยั้งการแข็งตัวของเลือดในร่างกาย

ขิงมีสรรพคุณในการต้านทานการแข็งตัวของเลือดมากกว่ายาบางตัว

 

3. อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนในช่วงการตั้งครรภ์

มีการวิจัยบางการวิจัยแล้วพบว่าขิงมีความเชื่อมโยง

กับภาวะแทรกซ้อนในการตั้งครรภ์ และการแท้ง

แต่ในการตั้งครรภ์รายอื่นๆ นั้นไม่พบว่าการกินขิง

ทำให้เกิดอาการเหล่านั้นขึ้น และยังช่วย

ลดอาการคลื่นไส้จากอาการข้างเคียง

การแพ้ท้องได้ด้วย ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทานขิง

 

 

ประโยชน์และสรรพคุณของขิง

ต้นขิงและเหง้าขิงมีประโยชน์ทางด้านการทำอาหาร

แต่ยังมีประโยชน์ทางด้านสุขภาพร่างกาย

รวมถึงมีสรรพคุณที่ดีต่อร่างกายหลากหลายด้าน

ประโยชน์และสรรพคุณของขิงมีดังนี้

 

1.ลดระดับน้ำตาลในเลือด

ขิงออกฤทธิ์ช่วยลดน้ำตาลในเลือดของเราได้ด้วย

โดยเฉพาะผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2

แต่ควรบริโภคตามคำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

เนื่องจากขิงอาจไปทำปฏิกิริยากับยาที่รับประทานอยู่ได้

 

2. แก้ปัญหาผมขาดหลุดร่วง

ผู้คนที่มีปัญหาผมขาดหลุดร่วงง่าย แนะนำให้นำเหง้าขิงสดไปย่างหรือเผาไฟจนอุ่นแล้วนำมาล้างให้สะอาดตำให้แหลก จากนั้นนำมาขยี้บริเวณที่มีผมขาดร่วงวันละ 2 – 3 ครั้ง ครั้งละ 20 นาที แล้วล้างออก วิธีนี้ช่วยให้เส้นผมแข็งแรง นุ่มลื่น และทำซ้ำจนกว่าอาการจะดีขึ้น

 

3. ช่วยลดอาการท้องอืด

ขิงเป็นสมุนไพรพื้นบ้านที่มีฤทธิ์ร้อน ขิงช่วยแก้อาการท้องอืด หรืออาหารย่อยไม่ค่อยได้ แค่จิบน้ำขิงอุ่นๆ หรือจะกินสดๆ ก็จะช่วยรักษาอาการได้แล้ว และขิงยังช่วยขับลม ช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้อย่างเต็มประสิทธิภาพได้อีกด้วย

 

4. บรรเทาอาการไมเกรน

ขิงยังช่วยบรรเทาอาการปวดหัวไมเกรนได้ การรับประทานขิงในช่วงที่เกิดอาการปวดหัวไมเกรนกำลังกำเริบทำให้อาการปวดลดลง เพราะขิงจะช่วยยับยั้งฮอร์โมนที่เกี่ยวกับอาการอักเสบได้

 

5. บรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียน

ถ้าอาการวิงเวียนศีรษะ หรือมีอาการเมารถเมาเรือ ใช้ขิงช่วยบรรเทาอาการ ขิงมีส่วนช่วยในการป้องกัน อีกทั้งยังช่วยบรรเทาอาการอาเจียนหลังจากผ่าตัดได้อีกด้วย และขิงยังช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้ และอาเจียนสำหรับผู้ป่วยมะเร็งที่เข้ารับการทำเคมีบำบัดได้ด้วย

 

6. ลดความเสี่ยงของการเกิดความดันโลหิตสูง

ขิงสมุนไพรที่มีรสจัดเผ็ดอ่อนๆ และเป็นสมุนไพรที่มีโซเดียมที่ต่ำ ซึ่งอาหารที่มีโซเดียมต่ำจะช่วยลดความดันโลหิตสูงได้อีกด้วย

 

7. แก้อาการเมารถเมาเรือ

ขิง มีกลิ่นแรง และ มีรสชาติที่เผ็ดอ่อนๆ อมเปรี้ยว เลยช่วยแก้อาการเมารถ เมาเรือได้อีกด้วย

 

 

ลดน้ำตาลในเลือด ด้วยขิง

 

ขิงสามารถช่วยลดระดับน้ำตาลได้ดีและยังสามารถลดระดับไขมันในเลือดได้อีกด้วย ส่วนมากจึงช่วยรักษาผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 แต่ควรรับประทานในจำนวนที่พอดีไม่รับประทานมากเกินไป อาจส่งผลให้ระดับอินซูลิน หรือน้ำตาลในเลือดลดลงจนมากเกินไปหรือต่ำจนลงได้ ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์เป็นประจำ

 

วิธีลดน้ำตาลในเลือดที่ได้ผลมากที่สุดและดีต่อสุขภาพ

 

1. เน้นกินแต่ผักเป็นส่วนหลัก

เน้นการกินผักเยอะๆ เป็นวิธีที่จะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดให้ลดลง เพราะว่าในผักมีไฟเบอร์เยอะจะช่วยชะลอการดูดซับน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือดให้เป็นอย่างช้าๆ จึงไม่ทำให้น้ำตาลขึ้นมากเกินไปจนเป็นอันตราย ทั้งยังช่วยลดระดับไขมันเลวในร่างกายได้อย่างดีเยี่ยม โดยเฉพาะผักใบเขียว เมล็ดฟักทอง มะเขือเทศเพราะอย่างนั้นเลยมาเน้นกินผักเพื่อสุขภาพ

 

2. ดื่มน้ำขิงเป็นประจำทุกวัน

น้ำขิง ออกฤทธิ์ ลดระดับน้ำตาลที่อยู่ในเลือดได้ และหากต้องการควบคุมเบาหวาน จึงควรดื่มน้ำขิงเป็นประจำทุกวันทุกวัน โดยให้นำเหง้าขิงสด 1-2 เหง้าแล้วแต่ขนาด มาฝานแล้วต้มกับน้ำเปล่า จากนั้นนำมาดื่มอย่างต่อเนื่องได้เลย เท่านี้คุณก็จะมีสุขภาพที่ดีขึ้น และทำให้อาการป่วยเบาหวานลดลงไปให้อยู่ในระดับที่ไม่อันตรายได้อีกด้วย

 

3. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

การออกกำลังกายเป็นสิ่งที่ดีที่สุดและทำให้สุขภาพดีที่สุด และยังช่วยเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง พร้อมการมีสุขภาพที่ดี ยังสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ได้อีกด้วย นั่นก็เพราะในขณะที่มีการออกกำลังกาย ร่างกายจะเอาน้ำตาลมาเผาผลาญพลังงาน ทำให้น้ำตาลในเลือดลดน้อยลงจากปกติ ดังนั้นหากออกกำลังกาย ก็จะช่วยให้สามารถควบคุมน้ำตาลในเลือดและเบาหวานได้ด้วย

 

4. เลือกกินแต่อาหารที่ให้น้ำตาลต่ำ

น้ำตาลในของเราเลือดสูงอยู่แล้ว เลยไม่ควรกินอาหารที่มีน้ำตาลสูงอย่าง โดยให้เลือกกินเฉพาะอาหารที่มีน้ำตาลต่ำ ไม่ก็เป็นอาหารสำเร็จรูปหรือปรุงเอง อาหารน้ำตาลต่ำ คือ ถั่วข้าวโพด ไข่ ข้าวโอ๊ต มันเทศและส้มจะให้วิตามินอีกด้วย

 

5. ดื่มน้ำบ่อยๆ

ควรดื่มน้ำบ่อยๆ ตลอดทั้งวัน การที่ร่างกายได้รับน้ำอย่างเพียงพอ ก็จะทำให้ตับ สามารถขับน้ำตาลส่วนเกินในเลือดออกไปพร้อมกับปัสสาวะได้ง่ายมากยิ่งขึ้น จึงทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดต่ำลงไปอีกเพราะฉะนั้นอย่าได้ละเลยการดื่มน้ำทุกวัน

ขิงมีสรรพคุณ และมีประโยชน์มากมายและนำมาประกอบอาหารได้ มีสรรพคุณรักษาโรคได้หลายชนิด ถึงแม้ขิงจะมีรสชาติเผ็ดร้อน แต่ขิงก็เป็นสมุนไพรพื้นบ้านที่นำมาประกอบอาหารได้มากมายหลายอย่าง และมีคุณค่ามากมีวิตามินมากอีกด้วย

 

 

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?

คลิกที่ดาว เพื่อให้คะแนนบทความ

Average rating 1 / 5. Vote count: 1

อ่านจบแล้ว แชร์เลย
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •