เทคนิคการดื่มน้ำเปล่า ลดน้ำหนัก

เทคนิคการดื่มน้ำเปล่า ลดน้ำหนัก

เทคนิคการดื่มน้ำเปล่า ลดน้ำหนัก

 

          ทุกคนคงทราบกันอยู่ดีว่า “น้ำ” ถือเป็นสิ่งสำคัญต่อชีวิตที่ร่างกายจะขาดไม่ได้ เพราะว่าน้ำเป็นส่วนประกอบของร่างกาย ถึง 70% มนุษย์สามารถมีชีวิตอยู่ได้หลายสัปดาห์หากขาดอาหาร แต่จะอยู่ได้เพียงไม่กี่วันหากขาดน้ำ ซึ่งการดื่มน้ำให้ได้ประมาณ 8 แก้วต่อวัน ซึ่งประโยชน์ของน้ำเปล่านั้นมีหลากหลายมาก ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อระบบต่างๆในร่างกาย เช่น ระบบการย่อยอาหาร ระบบเผาผลาญ รวมไปถึงส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพผิวของเราด้วย สุขภาพดีดี.com ได้รวบรวมข้อมูลดีดีเกี่ยวกับ เทคนิคการดื่มน้ำเปล่า ลดน้ำหนัก มาให้ทุกคนได้อ่านกันค่ะ

 

          นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า น้ำเป็นสารอาหารที่สำคัญต่อร่างกาย ในหนึ่งวันจึงควรดื่มน้ำเปล่าสะอาดอย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว หรือ 2 ลิตรต่อวัน การดื่มน้ำ ยังช่วยเรื่องการลดน้ำหนัก ด้วยเพราะ น้ำจะทำให้ร่างกายเผาผลาญแคลอรีมากขึ้น เนื่องจากน้ำทำให้อุณหภูมิในร่างกายลดลง ร่างกายจึงต้องเผาผลาญพลังงานเพิ่มขึ้น เพื่อให้เกิดสมดุล ความร้อน ส่งผลให้อาหารและพลังงานถูกเผาผลาญตามไปด้วยและยังช่วยลดปริมาณไขมันส่วนเกิน และการดื่มน้ำเปล่าเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะก่อนมื้ออาหารจะช่วยลดความอยากอาหารได้ ทำให้แคลอรีที่ได้รับจากอาหารลดลงและลดความเสี่ยงในการมีน้ำหนักเพิ่ม 

 

          เมื่อดื่มน้ำเปล่ามากขึ้น ทำให้ลดโอกาสการดื่มน้ำหวาน หรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง ส่งผลให้ร่างกายได้รับพลังงานน้อยลง จึงควบคุมน้ำหนักได้ง่ายขึ้น สำหรับเทคนิคการดื่มน้ำช่วยลดน้ำหนัก สามารถปฏิบัติได้ในช่วงเวลา ดังนี้

 

1. เริ่มต้นเช้าอันสดใสด้วยการดื่มน้ำ 1 แก้วหลังจากตื่นนอน

          ขั้นตอนแรก เริ่มจากให้ฝึกตื่นเช้าให้เป็นนิสัย เพราะร่างกายของเรามีนาฬิกาชีวิต อวัยวะต่างๆ จะทำงานตามเวลาของมัน ซึ่งเราก็ต้องดื่มน้ำให้สัมพันธ์กับแต่ละช่วงเวลาด้วย  เวลา 06.30-07.00 น. ให้ดื่มน้ำ 1 แก้ว หลังตื่นนอนตอนเช้าทันที ช่วงนี้เลือดในร่างกายจะมีความข้นหนืดสูง หลังจากขาดน้ำมาทั้งคืน การดื่มน้ำในตอนนี้จะช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดี และยังช่วยกระตุ้นการขับถ่าย

 

2. เมื่อเข้าช่วงสายๆ ควรดื่มน้ำ 1 แก้วช่วงเวลา 08.00 – 09.00 น.

          เวลา 08.00-09.00 น. ดื่มน้ำ 1 แก้ว โดยดื่มน้ำก่อนรับประทานอาหารเช้า 1 ชม. ไม่ควรดื่มก่อนที่จะกินข้าวทันทีเนื่องจากจะทำให้น้ำย่อยในร่างกายมีความเจือจางลง ทำให้ย่อยอาหารได้ไม่ดีเท่าที่ควร อาจทำให้ท้องอืดท้องเฟ้อ 

 

3. ดื่มน้ำ 2 – 3 แก้ว ช่วงเวลา 09.00 – 13.00 น.

          เนื่องจากช่วงเวลา  09.00 – 13.00 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลาทำงาน หากดื่มน้ำระหว่างวัน ทำการจิบน้ำไปเรื่อยๆ จะลดการสูญเสียน้ำในระหว่างวัน นอกจากนี้ น้ำยังช่วยขับของเสียออกจากร่างกายอีกด้วย 

 

4. ดื่มน้ำ 1 แก้ว ช่วงบ่ายและเย็น เวลา 13.00 – 17.00 น. 

          ช่วงเวลา 13.00 – 17.00 น. ช่วงเวลาเย็น และในช่วงเย็นหากดื่มน้ำในปริมาณ 1 แก้ว จะช่วยดับกระหายได้ดี อีกทั้งยังช่วยให้ผิวพรรณนั้นชุ่มชื้นอีกด้วย 

 

5. ก่อนและหลังมื้อเย็นควรดื่มน้ำ 2 แก้ว ช่วงเวลา 18.00 น.

          การดื่มน้ำช่วงเย็น ให้ดื่มก่อนและหลังกินมื้อเย็น และแบ่งบางส่วนไปดื่มช่วงก่อนนอน เพื่อช่วยชะล้างสิ่งตกค้างในลำไส้ และป้องกันร่างกายขาดน้ำขณะนอนหลับ

 

6. ดื่มน้ำสัก 1 แก้วก่อนเข้านอน 1 ชั่วโมง

          ในแต่ละวัน ควรเข้านอนเวลา 23.00 น. หรือไม่เกินเที่ยงคืน โดยก่อนจะนอน 1 ชม. ให้ดื่มน้ำ 1 แก้ว เพื่อชำระล้างสิ่งที่ตกค้างในลำไส้ แต่ไม่ควรดื่มใกล้เวลานอนเกินไป เพราะจะทำให้ปวดปัสสาวะกลางดึก รบกวนการนอน ทำให้นอนหลับไม่สนิทได้

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?

คลิกที่ดาว เพื่อให้คะแนนบทความ

Average rating 0 / 5. Vote count: 0

อ่านจบแล้ว แชร์เลย