แพ้กลูเตน
  • Last modified on:2 เดือน ago
  • Reading Time:2Minutes
  • Post Words:41Words
  • PostView Count:72Views

 

10 สัญญาณเตือนคน “แพ้กลูเตน”

 

          กลูเตน (Gluten) เป็นไกลโคโปรตีนที่พบได้ในข้าวสาลี  ข้าวบาร์เลย์ และข้าวโพด ซึ่งในปัจจุบันเราใช้กลูเตนในการผลิตขนมปัง ช่วยให้ขนมปังเหนียวนุ่ม น่ารับประทาน รวมทั้งในข้าวโอ๊ต เค้ก พาย ซีเรียล อีกทั้งยังใช้ในกระบวนการทำเนื้อสัตว์เจอีกด้วย

          การแพ้กลูเตน (Gluten Intolerance) โรคที่เกิดจากความผิดปกติของระบบการย่อยทางพันธุกรรมซึ่งระบบนี้ไม่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน เกิดขึ้นเมื่อกลูเตนซึ่งไม่สามารถสามารถย่อยผ่านเข้าสู่ลำไส้เล็ก ทำให้เกิดอาการเช่นเดียวกับการแพ้นม ผู้แพ้กลูเตนอาจมีอาการท้องอืด มีก๊าซในกระเพาะ และท้องเสีย แต่ไม่มีการอักเสบของลำไส้อย่างรุนแรง

          โรคเซลิแอค (Celiac Disease) เกิดจากการอักเสบที่ลำไส้เล็ก ทำให้ไม่สามารถดูดซึมไขมัน วิตามิน เกลือแร่ และสารอาหารอื่นๆ ได้อย่างเพียงพอ ผลจากการขาดสารอาหารที่ลำไส้เล็ก ทำให้ลำไส้เล็กไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งส่งผลให้เกินโรคอื่นๆตามมา ซึ่งวันนี้ สุขภาพดีดี.com ได้รวบรวม 10 สัญญาณเตือนคน “แพ้กลูเตน” มาให้ทุกคนได้อ่านกันค่ะ

 

อาการของคนแพ้กลูเตน

1. การขับถ่ายผิดปกติ

 

          อาการโรคซิลิแอคที่พบบ่อยที่สุดคือปัญหาระบบขับถ่าย เพราะเมื่อระบบภูมิคุ้มกันตอบสนองต่อโปรตีนกลูเตนแล้ว ก็จะทำให้ระบบขับถ่ายทำงานผิดปกติ

          ซึ่งอาการที่พบได้บ่อยคือ ท้องเสีย ท้องอืด ท้องผูก ปวดท้อง อาการเหล่านี้อาจทำให้รู้สึกไม่สบายตัว และมีอาการคลื่นไส้อาเจียนตามมา

2. ภาวะขาดสารอาหาร

 

          โรคเซลิแอคทำให้ลำไส้เล็กเกิดการอักเสบจนไม่สามารถดูดซึมสารอาหารชนิดต่าง ๆ ได้

          ส่งผลให้เกิดภาวะขาดสารอาหาร หากไม่ทำการรักษาอย่างทันท่วงทีก็จะยิ่งรุนแรงขึ้น

          และอาจนำไปสู่ภาวะโลหิตจาง ภาวะขาดเกลือแร่ และอาจทำให้กล้ามเนื้อลีบลง เนื่องจากร่างกายไม่ได้รับโปรตีนอย่างเพียงพอ

3. น้ำหนักลดผิดปกติ

 

          ผู้ที่มีอาการโรคเซลิแอคอาจมีน้ำหนักตัวลดลงมากผิดปกติทั้ง ๆ ที่รับประทานอาหารได้ปกติ

          เนื่องจากเมื่อภูมิคุ้มกันตอบสนองต่ออาการแพ้จนทำให้เกิดภาวะลำไส้เล็กอักเสบ

          ร่างกายก็จะได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ ซึ่งในเด็กอาจส่งผลให้การเจริญเติบโตและพัฒนาการไม่เป็นไปตามเกณฑ์ปกติ

4. ลักษณะอุจจาระผิดปกติ

          ผู้ป่วยโรคเซลิแอคจะมีลักษณะอุจจาระที่ผิดไปจากเดิม โดยอาจมีสีที่อ่อนลง มีไขมันปนในอุจจาระ และมีกลิ่นเหม็นผิดปกติ

          ซึ่งเกิดจากการที่ร่างกายไม่สามารถดูดซึมไขมันได้ ไขมันจึงถูกขับถ่ายออกมา

          โดยลักษณะอุจจาระของผู้ใหญ่จะค่อนข้างเหลว แต่ในเด็กอาจพบว่าถ่ายลำบากหรืออุจจาระแข็ง

5. อ่อนเพลีย และเหนื่อยง่าย

 

          หากเริ่มรู้สึกอ่อนเพลียและไม่มีเรี่ยวแรงทั้งที่ไม่เคยเป็นมาก่อน นั่นอาจเป็นสัญญาณของอาการขาดสารอาหาร

          เช่น ธาตุเหล็ก และวิตามินต่าง ๆ ซึ่งเป็นผลจากโรคเซลิแอคที่ทำให้ลำไส้ไม่สามารถดูดซึมสารอาหารต่าง ๆ ได้ดีเท่าที่ควร

6. อารมณ์แปรปรวน

 

          โรคเซลิแอคไม่ได้ส่งผลถึงร่างกายเพียงอย่างเดียว แต่ยังส่งผลกระทบถึงภาวะอารมณ์อีกด้วย

          อาจทำให้รู้สึกซึมเศร้า วิตกกังวล และหากอยู่ในช่วงก่อนมีประจำเดือน อารมณ์ก็จะยิ่งแปรปรวนมากขึ้น

7. ผิวหนังอักเสบ

 

          อาการผิวหนังอักเสบพบได้ในผู้ที่มีโรคภูมิแพ้เกือบทุกชนิด รวมถึงโรคเซลิแอค

          แต่อาการผิวหนังอักเสบที่เกิดจากโรคเซลิแอคจะมีลักษณะเป็นผื่นคัน คล้ายตุ่มน้ำใส ๆ (Dermatitis Herpetiformis)

          ขึ้นได้ทั่วร่างกาย มักขึ้นบริเวณข้อศอก เข่า และก้น และเมื่อเกาตุ่มน้ำจะแตกออก

          อาการนี้จะหายไปหลังปรับเปลี่ยนการรับประทานอาหาร โดยเลี่ยงอาหารที่มีโปรตีนกลูเตน

8. ง่วงนอนตลอดเวลา เพลียง่าย

 

          เนื่องจากได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ ทำให้ร่างกายไม่มีสารอาหารเพื่อดูดซึมไปใช้ จึงทำให้รู้สึกง่วงนอน อยากหลับตลอดเวลา

          และเมื่อทำกิจกรรมใดๆก็ตามก็จะรู้สึกเพลียง่าย

9. เวียนหัว เสียการทรงตัว

 

          เมื่อเกิดอาการแพ้กลูเตนจะทำให้สมดุลในร่างกายผิดปกติ ทำให้อาจจะเกิดอาการเวียนหัว เสียการทรงตัวได้

10.  เป็นสิวอักเสบ และเกิดการอักเสบในร่างกาย

 

          คนที่มีอาการแพ้กลูเตนอาจมีแนวโน้มผิวอักเสบได้ง่าย ซึ่งก็เป็นส่วนทำให้สิวขึ้นได้ง่ายด้วยเช่นกัน 

ทีมาข้อมูล : https://health.kapook.com/view211671.html

https://www.thaihealth.or.th/

https://www.sgethai.com/article

https://www.thaihealth.or.th/

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?

คลิกที่ดาว เพื่อให้คะแนนบทความ

Average rating 0 / 5. Vote count: 0

By admin

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น