ทำไมต้องฉีด โบท็อกซ์

  • Last modified on:2 ปี ago
  • Reading Time:1Minute
  • Post Words:35Words
  • PostView Count:148Views

ทำไมต้องฉีด โบท็อกซ์

 

            เคยสงสัยกันไหมคะว่า ทำไมดารานักแสดงส่วนมากถึงนิยมฉีดโบท็อกซ์ และคลินิกเสริมความงามต่างๆก็นิยมโฆษณาเชิญชวนให้ทุกคนเข้าไปบำรุงผิวและฉีดโบท็อกซ์ ซึ่งตามปกติแล้วเรามักจะรู้ว่าการที่ฉีดโบท็อกซ์ทำให้หน้าเรียว ตามพิมพ์นิยม แต่แท้จริงแล้ว โบท็อกซ์นั้นมีประโยชน์มากกว่าทำให้หน้าเรียว แต่จะมีประโยชน์ในด้านในบ้าง วันนี้ สุขภาพดีดี.com มีข้อมูลดีๆเกี่ยวกับหัวข้อ ทำไมต้องฉีด โบท็อกซ์ มาให้ทุกคนได้อ่านกันค่ะ

            เริ่มต้นกันที่ทำความรู้จักกับโบท็อกซ์กันก่อน ว่าโบท็อกซ์คืออะไร? โบท็อกซ์ คือ ชื่อทางการค้าของ โบทูลินั่ม ท็อกซิน เอ ( Botulinum toxin type A) ซึ่งเป็นสารสกัดจากแบคทีเรียที่มีชื่อว่า คลอสตริเดียม โบทูลินัม (Clostridium Botulinum) โบท็อกถูกนำมาใช้ในวงการเสริมความงาม เมื่อฉีดไปแล้วจะออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท (Neurotoxin) มีผลทำให้มัดกล้ามเนื้อทำงานได้ลดลงชั่วคราวและช่วยลดริ้วรอยได้

 

            เป็นโปรตีนที่สกัดได้จากการสร้างของแบคทีเรีย “คลอสตริเดียม โบทูลินั่ม (Clostridium botulinum)” ซึ่งเชื้อโรคนี้หากได้รับมากเกินไปจะทำให้อาหารเป็นพิษ หรือเกิดอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง

 

            แต่ถ้าได้รับในปริมาณน้อยๆ อย่างพอเหมาะ จะช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัวอันเป็นผลดีกับวงการแพทย์ ซึ่งเริ่มแรกได้นำสารโบท็อกซ์นี้มาใช้ในการรักษาโรคตาเหล่ ตาเข และพัฒนาต่อมาใช้ในวงการเสริมความงาม ช่วยให้ริ้วรอยต่างๆ ลดลงและทำให้ผิวหน้าดูเด็ก กระชับขึ้น

 

ประโยชน์ของ โบท็อกซ์
  1. ลดเลือนริ้วรอยบนผิวหน้า
  2. แก้ไขรูปหน้าให้เรียว V-Shape
  3. Lifting ช่วยยกกระชับ
  4. ปรับขนาดของน่องให้เรียวเล็ก 

 

            อีกมุมหนึ่งในทางการแพทย์แล้วสาร Botulinum Toxin มีคุณสมบัติในการคลายกล้ามเนื้อ จึงถูกนำมาใช้ในการรักษาโรคหรือผู้ที่มีความผิดปกติของร่างกายได้หลายอย่าง เช่น ใช้ฉีดเพื่อรักษาผู้ที่มีอาการตาเหล่  ตาเข หรือตากระตุก  อาการโรคกล้ามเนื้อบิดเกร็ง  อาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่  รวมถึงอาการปวดศีรษะจากโรคไมเกรนเรื้อรังก็สามารถใช้โบท็อกซ์รักษาได้เช่นกัน 

 

  1. ภาวะความผิดปกติที่เกิดจากการทำงานมากเกินของกล้ามเนื้อ เช่น ตาเข (Strabismus) หนังตากระตุก (Blepharospasm) กล้ามเนื้อคอเกร็งตัว (Cervical dystonia)
  2. การปวดศีรษะแบบไมเกรน (Migrain) หรือ การปวดศีรษะจากความเครียด (Tension)
  3. ภาวะกล้ามเนื้อหลังอักเสบเรื้อรัง(Myofascial pain)
  4. ภาวะเหงื่อออกมากผิดปกติ (Hyperhidrosis)
  5. รักษาอาการ Office Syndrome

 

ที่มาข้อมูล :  จะดีหรือร้าย เมื่อใช้ “Botox”

เรื่อง Botox ที่ต้องบอกต่อ สิ่งสำคัญหลายข้อ ที่คุณอาจไม่รู้!!!

โบท็อก Botox คืออะไร เหมาะกับใคร แล้วผู้ชายฉีดโบท็อกได้หรือไม่

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?

คลิกที่ดาว เพื่อให้คะแนนบทความ

Average rating 0 / 5. Vote count: 0