นอนผิดท่า เสี่ยงกระดูกเสื่อม!

นอนผิดท่า เสี่ยงกระดูกเสื่อม!

นอนผิดท่า เสี่ยงกระดูกเสื่อม!

การนอนเป็นสิ่งสำคัญในชีวิตประจำวัน การนอนที่ผิดท่าอาจจะส่งผลเสียต่อโครงสร้างของร่างกายมากมายรวมทั้งทำให้เกิดอาการปวดตัว เมื่อยล้าตัว หรือไม่ก็ปวดกระดูก และอาจจะนำมาซึ่งโรคอื่นๆ ยิ่งทำบ่อยๆ ยิ่งส่งผลเสียสะสมต่อร่างกายไปเรื่อยๆ นานๆ เข้าอาจจะส่งผลให้กระดูกในร่างกายเสียหายหนัก และวันนี้จะพามาดูวิธีการนอนที่ผิดๆ และแก้ไขอาการต่างๆ ให้ทุกคนได้นอนหลับพักผ่อนได้อย่างสบาย และทำให้ตื่นมาทำให้คุณสดใส พร้อมรับเช้าวันใหม่อีกครั้ง

 

นอนผิดท่าคืออะไร!

การนอนผิดท่า เป็นอาการที่หลายคนมักเจอ การนอนผิดท่าคือการนอนในที่ระหว่างอยู่ในอาการหลับลึก ไม่ว่าจะด้วยการดิ้นไปมาหรือการละเมอต่างๆ ขณะหลับ ท่าทางของการนอนนั้นกลายเป็นว่าอยู่ในลักษณะที่ไม่ปกติ และไม่ถูกต้องตามหลักสรีระร่างกาย ทำให้การนอนของคุณไม่มีคุณภาพ และส่งผลเสียต่อกล้ามเนื้อและกระดูกของคุณ โดยการนอนผิดท่านั้นมีอยู่หลายแบบ ทั้งคอตกหมอน หันคอกับตัวไปคนละทาง และหลายอย่างโดยการนอนผิดท่านั้น ส่วนใหญ่แล้วเกิดจากความไม่ตั้งใจระหว่างที่นอนอยู่

 

 

นอนผิดท่า ก่อให้เกิดโรคอะไรได้บ้าง

การนอนผิดท่า นั้น จะทำจะไม่ใช่แค่ทำให้เกิดเพียงแค่อาการเจ็บปวดตามกล้ามเนื้อ คอเคล็ด หรือเป็นอาการทั่ว ๆ ไป เท่านั้น แต่การนอนผิดท่า ก็สามารถทำให้เกิดอาการของโรคอื่นๆ ตามมาได้เช่นเดียวกัน โดยการนอนผิดท่านั้น แม้ว่าอาจจะไม่ใช่สาเหตุหลักของโรคต่อไปนี้ แต่ก็ถือว่ามีโอกาสทำให้เกิดได้เช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น โรคกระดูกเสื่อม ที่เกิดจากการใช้งานกระดูกมากจนเกินไประหว่างที่นอนผิดท่า จนทำให้กระดูกมีอาการสึกหรอโดยไม่คาดคิด นอกจากนี้การนอนผิดท่ายังเป็นสาเหตุให้เกิดอาการของโรคนอนไม่หลับ หรือหลับๆ ตื่นๆ ตลอดเวลาการนอน เพราะระหว่างที่นอนผิดท่าในระหว่างการหลับนั้น ร่างกายจะได้รับความเจ็บปวดเล็กน้อยตลอดเวลา ทำให้ร่างกายไม่ได้พักผ่อนเต็มที่ และทำให้ร่างกายเหนื่อยล้า จนอาจจะเป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการของโรคนอนไม่หลับ

 

ปัจจัยที่ช่วยในการนอนหลับให้สบายมากขึ้น มีอยู่ 3 ปัจจัยดังนี้

1. วัสดุรองรับการนอนหรือที่นอน

เลือกที่นอนที่มีความยาว และ กว้างมากกว่าลำตัว เพื่อที่เมื่อนอนแล้วที่นอนจะสามารถรองรับน้ำหนักได้ทั่วทั้งตัว และนอนแล้วที่นอนไม่แข็งหรือไม่นิ่มจนเกินไป เมื่อนอนแล้วกระดูกสันหลังอยู่ในแนวเส้นตรงไม่เกิดการผิดรูปทรง ไม่ว่าจะนอนในท่านอนหงายหรือนอนตะแคง เพราะที่นอนที่นิ่มจนเกินไปเมื่อนอนที่นอนจะยุบจะทำให้กระดูกสันหลังช่วงกลางลำตัวจะมีการแอ่นตัวมากกว่าส่วนอื่นๆ ของร่างกาย เพราะจากส่วนนี้มีน้ำหนักมากกว่าส่วนอื่นๆ ของร่างกาย แต่ถ้าที่นอนแข็งจนเกินไป เมื่อนอน ที่นอนจะไม่มีการยุบตัวตามส่วนเว้า และส่วนโค้งของร่างกายจะทำให้กระดูกสันหลังต้องทำการแอ่นตัวในการนอน

 

2. สภาพแวดล้อมในการนอน

นอนในที่มืด การนอนควรนอนในห้องที่มืดไม่มีแสงสว่าง ไม่ว่าจะเป็นแสงธรรมชาติหรือแสงจากหลอดไฟ เพราะว่าแสงสว่างที่มีเพียงเล็กน้อย อาจส่งผลให้ร่างกายหลับได้ไม่สนิทควรนอนในที่มีแสงไฟหรือแสงจากธรรมชาติเล็กน้อย และนอนในที่เงียบในห้องหรือสถานที่นอนควรเงียบไม่มีเสียงดังรบกวน ไม่ว่าจะเป็นเสียงอะไรก็ตามจะทำให้หลับได้สบายมากขึ้น

 

3. ท่าทางในการนอน

ท่าทางในการนอนนั้น เป็นปัจจัยที่จะสามารถลดความเสี่ยงและช่วยลดอาการกระดูก หรือปวดตามร่างกายหรือการทำให้ร่างกาย ผิดรูปทรงตามธรรมชาติได้ เพราะนอกจากการนอนที่หลับสนิทแล้ว แต่นอนด้วยท่วงท่าที่ผิดก็จะส่งผลให้กระดูกสันหลังเกิดผิดรูปร่างจากธรรมชาติที่ควรจะเป็นได้ เช่น นอนงอตัว นอนกอดเข่า การนอนผิดท่าดังกล่าวจะส่งผลให้กระดูกสันหลังและเกิดการผิดรูปทรงตามธรรมชาติได้ ดังนั้นการนอนในท่วงท่าที่ถูกต้องในขณะที่ทำการนอนจึงสามารถช่วยลดอาการกระดูกสันหลังผิดรูปทรงได้

 

 

พฤติกรรมที่จะนำไปสู่การทำให้ เกิดกระในดูกร่างกายเสื่อม!

1.การนอนผิดท่า การนอนคว่ำเพื่ออ่านหนังสือ เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำมากๆ เพราะจะทำให้กระดูกสันหลังแอ่น จนอาจทำให้ผิดปกติผิดรูป ทั้งยังก่อให้เกิดอาการปวดคอและปวดหลังอีกด้วย นอกจากนี้นอนขดตัวคุดคู้ การนอนหดแขนและขาจะทำให้กระดูกสันหลังบิดงอ ผิดรูป และเกิดอาการเจ็บที่กล้ามเนื้อได้ ท่านอนที่ถูกต้องนั้นให้ นอนหงายและใช้หมอนหนุนศีรษะที่ไม่แข็งหรือนิ่มจนเกินไป และหลีกเลี่ยง การนอนบนหมอนที่สูงเกินไป นอนดูโทรทัศน์หรืออ่านหนังสือ คนทั่วไปมักติดนิสัยนอนเอนหลัง ดูโทรทัศน์หรืออ่านหนังสือเป็นเวลานานๆ ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนไถลตัวไปมาบนเตียงนอน ทำให้ต้องงอลำคออันอาจเป็นผลให้กระดูกสึก และเกิดอาการปวดหลัง เพราะกระดูกหลังแอ่น

 

2.การใช้งานผิดท่า พนักงานออฟฟิศนั่งทำงานในท่าเดิมเป็นระยะเวลานาน โดยไม่เปลี่ยนท่าทางใน การนั่งหลังไม่พิง หรือหลังงอ ก้มคอ ทำงานเป็นเวลานาน ใช้ร่างกายหนัก พักผ่อนน้อย โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์นาน หรือแม่บ้านที่ก้มๆ เงยๆ หรือคนที่ยกของโดยไม่ระมัดระวัง บุคคลที่นั่งขับรถเป็นระยะทางไกลๆ เป็นประจำ ดังนั้นเพื่อป้องกันความเสี่ยงของโรคจึงควรจัดระเบียบท่าทางร่างกายให้เหมาะสม

 

3.มีน้ำหนักตัวมากเกินไป การปล่อยให้ตัวเองมีน้ำหนักที่มากจนเกินไป เฉพาะภาวะอ้วนลงพุง อาจส่งผล ต่อหลังต้องรับน้ำหนักที่มากจนเกินไป ทำให้หลังแอ่นและกระดูกสันหลังส่วนล่างต้องรับน้ำหนักตลอดเวลา หมอนรองกระดูกจึงมีโอกาสเสื่อมหรือแตกหักและงอได้ง่ายกว่าคนที่มีรูปร่างผอม

 

4.ขาดการออกกำลังกาย ทำให้กล้ามเนื้อลีบ ฝ่อ มีโอกาสเกิดการบาดเจ็บต่อหมอนรองกระดูกได้มาก ดังนั้นการออกกำลังกายเป็นประจำจะช่วยชะลอความเสื่อมของหมอนรองกระดูกบริเวณสันหลัง และช่วยให้กล้ามเนื้อหลังแข็งแรงและยืดหยุ่น แม้ว่าการออกกำลังกายจะเป็นสิ่งที่ดี แต่หากออกกำลังกายหนักจนเกินไปและร่างกายรับไม่ไหว ก็จะเป็นการสร้างภาระให้กับข้อกระดูกตามร่างกายได้โดยจะเห็นได้จากนักกีฬาอาชีพ ซึ่งมักมีปัญหาข้อกระดูกเสื่อมอย่างเร็ว

 

5.การสูบบุหรี่จัด เป็นปัจจัยที่สำคัญเพราะผู้ที่สูบบุหรี่มากๆ มักมีโอกาสเกิดการเสื่อมของหมอนรองกระดูก หรือหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อมได้ค่อนข้างมาก เพราะการสูบบุหรี่ทำให้ออกซิเจนไปเลี้ยงหมอนรองกระดูกหรือกระดูกสันหลังได้ไม่ดี ทำให้เสียคุณสมบัติการยืดหยุ่น การใช้งานไม่ค่อยดี ซึ่งทำให้เกิดปัญหาตามมาได้

 

ท่านอนที่ลดการกระดูกเสื่อม และลดอาการปวดหลัง

1. ท่านอนตะแคงขวา (หมอนรองไว้ที่ขา)

ท่านอนตะแคงขวา ถือเป็นวิธีแก้ปวดหลังที่ผ่อนคลาย และช่วยแก้ปวดหลังได้ดี และใครๆ ไม่ว่าใครก็สามารถทำได้ แค่นอนตะแคงขวา และงอเข่าทั้งสองข้างเล็กน้อย ใช้หมอนหนุนไว้ระหว่างขา วิธีนี้จะทำให้กระดูกสันหลังอยู่ระนาบเดียวกับสะโพก ช่วยให้กระดูกสันหลังไม่คดงอ และลดอาการปวดหลังได้จากนี้การนอนท่าตะเเคงขวา ยังช่วยให้หัวใจเต้นได้สะดวก รวมถึงกระเพาะอาหารย่อยดีอีกด้วย สำหรับใครที่นอนแล้วปวดหลัง ก็ลองปรับเปลี่ยนมาใช้ท่านอนนี้

 

2. ท่านอนหงาย (หมอนรองใต้เข่า)

ท่านอนหงาย ก็เป็นอีกหนึ่ง ท่านอนแก้ปวดหลัง และนิยมกัน ถ้าคุณอยากนอนหงายให้สบาย และไม่ปวดหลัง ให้หนุนหมอนไว้ตรงบริเวณใต้เข่าให้สะโพกยกตัวนิดหน่อย จะช่วยกระจายน้ำหนักตัว และลดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อได้ เพราะกระดูกสันหลังจะโค้งในตามลักษณะที่ถูกต้อง หากคุณชอบนอนหงายแล้วรู้สึกปวดเมื่อยตัว เคล็ดลับคุณให้นำหมอนนิ่มๆ มารองใต้เข่า ทำให้คุณหลับสบาย แก้ปวดหลังได้

3. ท่านอนปลาดาว (กางแขนกับขาออก)

 

ท่านอนปลาดาว สำหรับท่าแก้ปวดหลังแบบท่าปลาดาว ให้ทำตามง่ายๆ แค่ นอนหงาย วางแขนราบขึ้นเหนือศีรษะแล้วกางเเขนกับขาออกจากนั้นปล่อยตัวให้ตามสบาย มองดูอาจจะเหมือนปลาดาว แต่ท่านี้จะช่วยให้กระดูกสันหลังของคุณแข็งแรง และรองรับเเนวราบตลอดการนอน สามารถแก้อาการปวดหลังได้ ใครที่กลัวว่าจะปวดเมื่อยตรงบริเวณหัวไหล่ สามารถป้องกันได้ด้วยนำหมอนใบเล็กๆ มาวางตำแหน่งหัวไหล่ที่ต้องการ เป็นท่าแก้ปวดหลังแบบใหม่ ทำให้ใบหน้าของคุณไม่กดทับกับหมอน และลดริ้วรอยบนใบหน้า

 

4. ท่านอนตะแคงซ้าย (มือแนบข้างลำตัว)

ท่านอนตะแคงข้างซ้ายถ้าคุณเป็นคนที่ชอบนอนตะแคงด้านขวาตลอดทั้งคืน การกดทับด้านใดด้านหนึ่งมากเกินไปอาจจะทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยด้านใดด้านหนึ่ง และอาการปวดหลัง เราจึงควรสลับกับท่านอนตะเเคงซ้ายบ้าง ให้คุณนอนตะแคงซ้ายแล้วเหยียดขาและหลังตรงและเอาแขนแนบข้างลำตัว และยังเป็น ท่าแก้ปวดหลังและคอได้ดี แต่เราควรระมัดระวังการนอนทับแขนเป็นเวลานาน เพราะอาจจะให้ปวดไหล่กับแขนได้ เปลี่ยนท่านอนเป็นพักๆ จะช่วยแก้ปวดหลังได้ ท่านอนตะแคงซ้ายยังช่วยลดอาการนอนกรน และอาการแสบร้อนบริเวณกลางหน้าอกอีกด้วย

 

5. ท่านอนคว่ำ (หนุนหมอนหน้าท้อง)

ท่านอนคว่ำ วิธีนี้จะช่วยลดอาการปวดหลังของคุณได้แต่ คุณควรใช้ท่านี้เพียงแค่ชั่วคราวเท่านั้น หรือถ้าจำเป็นต้องนอนท่านี้จริงๆ นอนคว่ำตามปกติ ปล่อยตัวให้สบายและหนุนหมอนไว้ตรงบริเวณใต้ท้องน้อย จนไปถึงสะโพกแล้วใช้หมอนหนุนศีรษะด้วย เพื่อไม่ให้ปวดต้นคอ ท่านอนนี้จะทำให้ลำตัวอยู่ในระดับที่ถูกต้อง จะช่วยแก้ปวดหลัง แก้ปวดเมื่อยตัว แล้วไม่ถูกกดทับบริเวณหน้าอก แถมยังช่วย ลดอาการนอนกรนได้อีกด้วย

 

เรื่องสุขภาพเป็นสิ่งที่สำคัญเรื่องการนอนก็เช่นกันหากนอนในท่าทางที่ถูกต้องสุขภาพและกระดูกในร่างกายของเราก็จะแข็งแรงยิ่งเรารักษาสุขภาพได้ดีเราก็จะมีความสุขไปในทุกๆ วันและการนอนเป็นส่วนหนึ่งในการใช้ชีวิตประจำวันของทุกคนเพื่อให้ได้สุขภาพที่ดีควรปฏิบัติอย่างถูกต้อง จะทำให้เรามีสุขภาพที่แข็งแรงพร้อมรับวันใหม่ได้เสมอ…



REF : Body Type
Bed Room 

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?

คลิกที่ดาว เพื่อให้คะแนนบทความ

Average rating 0 / 5. Vote count: 0

อ่านจบแล้ว แชร์เลย
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •