เพิ่มภูมิคุ้มกันอย่างไร

  • Last modified on:2 ปี ago
  • Reading Time:1Minute
  • Post Words:33Words
  • PostView Count:214Views

เพิ่มภูมิคุ้มกันอย่างไร

 

          ในปัจจุบันนี้เรามักจะให้ความสำคัญกับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเรามากขึ้น เนื่องจากการแพร่ระบาดของ โควิด-19 ทำให้เราต้องใส่ใจสุขภาพตัวเองมากขึ้น ทั้งตัวเราเองและคนที่คุณรัก ซึ่งวิธีการป้องกัน โควิด-19 ที่ดีที่สุดคือการเริ่มจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายของเราเอง ถ้าหากร่างกายมีระบบภูมิคุ้มกันที่ดีแล้วนั้น จะทำให้เชื้อโรคต่างๆไม่สามารถเข้าร่างกายได้และปลอดภัยจากเชื้อโรคต่างๆ ดังนั้น สุขภาพดีดี.com ได้รวบรวมข้อมูลดีๆเกี่ยวกับ เพิ่มภูมิคุ้มกันอย่างไร ? ให้ทุกคนได้อ่านและปฏิบัติตามกันนะคะ

 

          เริ่มต้นจาก ภูมิคุ้มกัน (Immune System) คือ ระบบป้องกันในร่างกายที่คอยช่วยเหลือไม่ให้เกิดการเจ็บป่วยจากสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกายดังนั้น การมีระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงและมีประสิทธิภาพ จึงมีส่วนช่วยไม่ให้ร่างกายอ่อนแอจากสิ่งเร้าภายนอกต่างๆ ซึ่งการดูแลและเอาใจใส่ภูมิคุ้มกันของเราให้แข็งแรงอยู่ตลอด จึงเป็นอีกหนทางหนึ่งเพื่อการมีสุขภาพที่ดีอย่างยาวนาน

 

          การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรงนั้น ไม่ใช่เรื่องยากเกินเอื้อม พวกเราทุกคนจึงควรหันมาเอาใจใส่ในการดูแลรักษาระบบภูมิคุ้มกันของเราให้ดูดีอยู่เสมอ เพราะการเจ็บไข้ได้ป่วยทำให้สูญเสียเวลาและเงินทองในการรักษา และไม่สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ การมีภูมิคุ้มกันที่ดีอยู่เสมอย่อมป้องกันร่างกายจากโรคภัยต่างๆ รวมถึงค่าใช้จ่ายของการรักษาโรคนั้นๆด้วย ดังนั้นมาดูกันเลยดีกว่าค่ะว่า มีวิธีใดบ้าง

 

ออกกำลังกาย

 

          การออกกำลังกาย ทำให้หัวใจของเราเกิดการสูบฉีดเลือดเพื่อนำไปเลี้ยงร่างกายได้ดีมากขึ้น และยังช่วยทำให้เซลล์แต่ละเซลล์ได้รับออกซิเจนเพียงพอ ส่งผลให้การทำงานของเซลล์เป็นไปได้ด้วยดีและทำให้เซลล์นั้นๆ มีความแข็งแรงมากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้เม็ดเลือดขาวแข็งแรงและเพิ่มจำนวนได้ รวมทั้งทำให้ระบบภูมิคุ้มกันสามารถทำงานได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

 

รักษาระดับน้ำหนัก

          รักษาระดับน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ เนื่องจากมีการศึกษาว่าผู้ที่มีระดับน้ำหนักที่เป็นปกติ ไม่เกินมาตรฐาน (BMI > 22.9 kg/m2) มีโอกาสที่จะป่วยน้อยกว่าผู้ที่มีน้ำหนักเกินถึง 1.5 เท่า ดังนั้นการรักษาระดับน้ำหนักให้เป็นปกตินั้น สามารถช่วยให้ระบบต่างๆในร่างกายนั้นทำงานได้อย่างปกติและระบบภูมิคุ้มกันปกติอีกด้วย

 

นอนหลับให้เพียงพอ

 

          นอนหลับให้เพียงพอ เพราะการนอนหลับให้เพียงพอในแต่ละคืน จะทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น ควรนอนวันละ 6-8 ชั่วโมง เพราะการนอนน้อยหรือการอดนอน จะทำให้ร่างกายรวมถึงระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอส่งผลให้เกิดโรคต่างๆ

 

หลีกเลี่ยงสุราและบุหรี่

 

          เนื่องจากการที่ได้รับแอลกอฮอล์มาเกินไปจะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันนั้นบกพร่องได้ ในส่วนของบุหรี่นั้น ควันบุหรี่มีสารพิษมากมายที่อันตรายต่อร่างกาย ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และพื้นที่ที่มีการสูบบุหรี่ เพื่อไม่ให้ร่างกายของเรามีโอกาสได้รับควันบุหรี่เข้าสู่ร่างกาย ซึ่งอาจทำให้ร่างกายอ่อนแอลงได้

 

ทานวิตามินซีเสริม

          วิตามินซีมีส่วนช่วยในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย โดยควรได้รับในปริมาณอย่างน้อย 400 มิลลิกรัมต่อวัน นอกจากจะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันแล้ว ยังช่วยให้ระบบขับถ่ายในร่างกายสามารถทำงานได้อย่างเป็นปกติจากการรับประทานผักผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซีอีกด้วย

 

         ซึ่งหากท่านใดไม่สะดวกที่จะรับประทานอาหาร ผัก ผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง ก็สามารถทานเป็นอาหารเสริมได้เช่นเดียวกันเพื่อความสะดวกกับการรับประทาน วันนี้ สุขภาพดีดี.com มีวิตามินซีที่มีคุณภาพมาแนะนำให้ทุกคนได้เลือกกันค่ะ โดยวิตามินซีของ Maxxlife นั้นเป็นวิตามินซีสกัดเข้มข้น 100% 500mg ซึ่งแอดมินแนะนำให้รับประทานตอนเช้า 1 เม็ด และตอนเย็น 1 เม็ด จะดีที่สุดค่ะ ที่ต้องทำการแบ่งการรับประทานเนื่องจากร่างกายสามารถดูดซึมวิตามินซีได้ในปริมาณที่น้อย หากรับประทานเยอะเกินไปก็จะทำให้ถูกขับออกจากร่างกายและอาจจะเกิดสารตกค้างได้ค่ะ

.

ทานอาหารบำรุงเม็ดเลือดขาว
  1. ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ อุดมไปด้วยวิตามินซี ไบโอฟลาโวนอยด์และสารพฤกษเคมี ช่วยต้านอนุมูลอิสระ
  2. ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่น ส้ม มะนาวและเกรปฟรุต มีวิตามินซี ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาวเพื่อต่อสู้กับเชื้อโรค
  3. ปลา มีกรดไขมันโอเมก้า 3 และไขมันที่มีประโยชน์ ทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาวทำงานได้ดีขึ้นและช่วยให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  4. พริกหยวกสีแดง มีวิตามินซีเป็นสองเท่าของผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน
  5. โยเกิร์ต เป็นแหล่งของวิตามินดีและมีจุลินทรีย์มีชีวิตชนิดดี ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
  6. ชาเขียว เต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระแคทิชิน และกรดอะมิโนที่มีชื่อว่า แอล-ธีอะนีน ซึ่งอาจมีส่วนช่วยในการสร้างสารประกอบที่ช่วยต่อสู้กับเชื้อโรคให้กับที-เซลล์
  7. ขิง เปรียบเสมือนยาปฏิชีวนะตามธรรมชาติและเป็นตัวกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดอาการเจ็บคอและภาวะอักเสบต่างๆ
  8. ขมิ้นชัน สมุนไพรที่เชื่อกันมานานว่าช่วยต่อต้านการอักเสบ สารเคอร์คูมินที่อยู่ภายในขมิ้นชันช่วยเพิ่มปริมาณและกระตุ้นการทำงานของที-เซลล์
  9. สาหร่ายเกลียวทอง มีสารต้านอนุมูลอิสระให้ร่างกายทำงานได้เป็นไปตามปกติ และยังช่วยเสริมโปรตีนให้กับร่างกายอีกด้วย

 

 

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line @ : @Maxxlife หรือโทร 023638866

 

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?

คลิกที่ดาว เพื่อให้คะแนนบทความ

Average rating 0 / 5. Vote count: 0