AI กับการปลดล็อค ขีดจำกัดสมองมนุษย์

AI กับการปลดล็อค ขีดจำกัดสมองมนุษย์

AI กับการปลดล็อค ขีดจำกัดสมองมนุษย์ :

AI หรือ เครื่องจักร ที่มีความสามารถในการวิเคราะห์ทำความเข้าใจ หรือ เรียนรู้องค์ความรู้ต่างๆเพื่อพัฒนาระบบ ของตนเอง ให้ยิ่งมีความคิด ความอ่าน เทคนิค ในการวิเคราะห์ การใช้เหตุผล ตรรกะ ที่ดี และลึกซึ้งขึ้นเรื่อย ๆ 

เหล่าเครื่องจักร ที่มีความสามารถเหล่านี้ เราต่างเรียกในยุคนี้ส่า ปัญญาประดิษฐ์ 

 

ความจริงแล้ว ในคำว่าAI ไม่ใช่คำใหม่ หรือสิ่งใหม่ สำหรับมนุษย์ AI ถูกเรียก หรือ มีคำนี้มาตั้งแต่ ปี 1956 โดยถูกพัฒนาจากกลุ่มคน ผู้มีความเชี่ยวชาญ หลากหลายด้าน รวมตัวกันเพื่อพัฒนาระบบอัจฉริยะ โดยวัตถุประสงค์คือ ทำให้วิธีการเรียนรู้ การทำความเข้าใจทรงพลังมากขึ้น

คาดหวังว่า จะสามารถนำมาใช้ประยุกต์กับการเรียน การสอน ในปัจจุบันหรือ อนาคตได้ดียิ่งขึ้น โดยAI เป็นสิ่งประดิษฐ์ล้ำยุค ที่มีความต้องการในด้านการพัฒนา เพื่อจัดการปัญหาที่ซับซ้อน หรือ ยากเกินกว่าที่มนุษย์จะรับมือได้ และ ยังเป็นเครื่องมือ ที่ทำงานซ้ำซากจำเจ และน่าเบื่อ ได้ดีกว่ามนุษย์หลายเท่า

(แอบน่ากลัวละนะว่ามนุษย์จะตกงานกันหมด) ช่วยให้เรา มีเวลาที่เหลือพอ สำหรับการไปโฟกัส สิ่งอื่นๆ หรือ งานที่สร้างมูลค่าได้มากกว่า

 

AI vs Machine Learning

ในความเป็นจริงแล้ว เราต่างเคยได้ยินทั้งสองระบบ แต่ยังไม่เข้าใจ ความแตกต่างของทั้งสองอย่าง เพียงพอ เลยเหมารวมว่า ทั้งสองอย่างคือสิ่งเดียวกัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทั้งสองอย่างคล้ายกัน แต่กลับไม่ใช่สิ่งเดียวกัน เพราะอย่างที่กล่าวไปข้างต้น ว่าAI สามารถเรียนรู้ เพื่อรวบรวมข้อมูลนำมาใช้ ในเชิงเหตุผล

ได้อย่างสมดุล เรียกได้ว่าAI เป็นเครื่องจัก ที่มีความสามารถในการคิด วิเคราะห์ แยกแยะ แทนมนุษย์ได้เลย ด้วยประสบการณ์ ที่ตัวAI เป็นผู้สะสม และถูกวิเคราะห์ด้วยเหตุผล โดย ไม่มีอารมณ์มาเกี่ยว เช่นเดียวกับมนุษย์ด้วย

 

ในอีกมิติ ของการเรียนรู้ด้วยระบบเครื่องจาก Machine Learning ทำหน้าที่ในการเรียนรู้ข้อมูลที่ป้อนให้ และ รูปแบบ เพื่อจัดการข้อมูล ให้เป็นไปในแบบที่สมควรที่สุด หรือ เรียกได้ว่าเป็นการจัดการ ข้อมูล ด้วยการ Matching เลือกทางที่ดีที่สุดให้ข้อมูล และ ระบบนั้นๆ ยกตัวอย่างแบบง่ายๆ ให้ลองนึกว่า เรามี Code สำหรับเขียนโปรแกรม

ในอดีต เราต้องมานั่ง Gen Code เองทีละตัว หามรุ่งหามค่ำ กว่าจะออกมาเป็นรูปเป็นร่าง แต่ถ้าเป็นปัจจุบัน เพียงให้ข้อมูลที่เพียงพอ ให้วัตถุประสงค์ Machine ก็ทำหน้าที่ Code ให้คุณเป็น Pattern ที่ถูกต้อง เหมาะสมกับการใช้งานนั่นเอง หรือ จะบอกว่า Machine เป็น Sub Set ของAI ก็ไม่ได้ผิดอะไร

 

Elon Musk เอาอีกแล้ว !!

มนุษย์ผู้นี้ ได้นำเสนอเทคโนโลยี ที่เปลี่ยนโลก หลาย ต่อ หลายอย่าง ไม่ว่าเป็นบริษัท Space X ผู้ผลิต รถยนต์พลังงานไฟฟ้า ที่ในอดีต หลายคนคิดว่า ไม่มีทางใช้งานได้จริงหรอก เพราะไม่รู้จะมีทรัพยากร รองรับพอรึเปล่า ในปัจจุบัน Tesla แบรนด์ รถยนต์ ที่ผลิตโดย Elon Musk มูลค่าการตลาด พุ่งสูงยิ่งกว่า Toyota

ผู้กร่ำศึก ในตลาดรถยนต์มากว่า 8 ทศวรรษ ยังต้องยอมแพ้ให้กับการเติบโต อย่างก้าวกระโดดของ Tesla ที่เกิดมาเพียง 16 ปี เท่านั้น โดยมูลค่า การตลาดปัจจุบัน ที่ผ่านการประเมินของ Tesla อยู่ที่ 190,000 ล้าน USD และที่น่าตกใจยิ่งกว่า คือ เพิ่ม เกือบ 1 เท่าตัว ในช่วง 3 เดือน

 

 

ศึกการต่อสู้กับ Ai ด้วย Neuralink

และด้วยความไม่ธรรมดา ของสมองบุคลผู้นี้ เค้าต้องการ Maching สมองมนุษย์ เข้ากับนวัตกรรมAI หรือ ปัญญาประดิษฐ์ เพื่อให้สมองของมนุษย์ก้าวผ่านขีดจำกัด ที่ทำได้ สิ่งนั้น เรียกว่า Neuralink นวัตกรรม สมองเปลี่ยนโลก

Neuralink เกิดขึ้นในปี 2016 ในแนวคิดเรื่องการพัฒนาสมอง โดย Elon Musk โดยอธิบาย แนวความคิดง่ายๆ คือ เอาสมอง เชื่อมเข้ากับ คอมพิวเตอร์ นั่นละ โดยมุ่งหวังโดยให้สมอง เป็นตัวนำ ในการออกคำสั่งแทนการป้อนข้อมูล หรือ การให้คอมพิวเตอร์ ทำความเข้าในว่า

สมองนั้นคิดอะไร และ แปลความออกมาให้คอมพิวเตอร์เข้าใจ จนสามารถสั่งการแทนรีโมต หรือ อื่นๆ ที่มากกว่านั้น

 

Elon Musk ย้ำเสมอว่า การให้AI ผ่านการเรียนรู้จนเกิดเป็น เอกภาวะเทคโนโลยี หรือ ไร้ซึ่งขีดจำกัด โดยAI แล้ว นั่นคือความอันตรายต่อมนุษย์ แบบที่คาดเดาไม่ได้ อย่างแท้จริง ไม่มีอะไรคาดเดาได้ เพราะนั่นแปลว่าAI คิดจะทำอะไรต่อระบบมนุษย์ เราไม่มีทางรู้ได้เลย Neuralink

คือสิ่งที่จะมาปิดช่องโหว่ตรงนั้น เพราะช่วยให้ คอมพิวเตอร์ เข้สใจสมองของมนุษย์ได้อย่างตรงไป ตรงมา

 

โดย Neuralink จะเป็นชิพ ที่ดักจับสัญญาณในสมอง ผ่านการผ่าตัด ติดตั้งกับสมอง โดยมีขนาด แค่ 4×4 มิลลิเมตร เข้าเชื่อมกับสายสื่อประสาทในสมอง โดยเส้นผ่านศูนย์กลางของเส้นเชื่อม มีขนาดเพียง 4-6 ไมโครเมตร เล็กกว่าเส้นผมเสียอีก และมีขั้วรับกระแสมากถึง 3072 ขั้ว สายสื่อประสาท 96 เส้น

และในการผ่าตัด ยังใช้หุ่นยนต์ เพื่อความแใ่นยำ ในการการฝังชิพ เข้าติดกับสมอง

 

 

จากรายงานระบุว่า การผ่าตัดฝังชิพ เข้ากับสมองของหนูทดลอง มีโอกาสสำเร็จมากกว่า 87% และฝังเข้ากับหนู 19 ตัวได้ทั้งหมด โดยมุ่งหวังเข้าทำการฝัง ในกลุ่มแรก คือ ผู้พิการ อัมพาต ที่ไม่สามารถขยับตัวได้ ใช้ได้แต่สมอง เพื่อให้สมอง สามารถสั่งการจพวกโทรศัพท์ หรือ เครื่องมืออื่นๆได้ โดยไม่ต้องหยิบจับ

และยังมีความเป็นไปได้ว่า จะสามารถเข้ามาทดแทน สมองเรื่องของการสั่งการร่างกาย โดยใช้ระบบนี้สั่งการให้กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง

 

ในระยะสั้น ในเรื่องของการฝัง เพื่อ การแพทย์ จะทำให้เป็นที่ยอมรับได้ ในระยะสั้น หากประสบผลสำเร็จจริง โดย Elon มุ่งหวังให้โครงการสำเร็จปลายปี 2020 ในระยะยาว เค้าคาดหวัง และต้องการให้เกิดขึ้น คือ มนุษย์ มีความสามาถต่อกรกับความฉลาดของAI ได้ในอนาคต

 

แต่ถ้ายังไม่อยากผ่าตัดสมองฝังชิพตอนนี้ เราก็สามารถบำรุงสมองเราให้ฉับไวได้ ด้วย Maxxlife Fish Oil

Maxxlife Fish Oil

แม็กซ์ไลฟ์ ฟิชออยล์ น้ำมันปลาผสมวิตามินอี 90 แคปซูล (1 กระปุก) ฟรี 30 แคปซูล มูลค่า 330.-
Maxxlife Fish Oil แมกไลฟ์ ฟิชออยล์ น้ำมันปลาผสมวิตามินอี บำรุงสมองและไขข้อ 90 แคปซูล (1 กระปุก) ฟรี 30 แคปซูล มูลค่า 330.-

น้ำมันปลา 1000 มก.

นำเข้าจากประเทศไอร์แลนด์ น้ำมันปลา เป็นแหล่งสำคัญของกรดไขมันจำพวกโอเมก้า 3 สกัดมาจากปลาทะเลน้ำลึกในเขตหนาว ซึ่งปลาเหล่านี้จะผลิตกรดไมขันจำเป็นเพื่อป้องกันการแข็งตัวของเลือดเมื่ออยู่ในน้ำทะเลขั้วโลก เมื่อชาวเอสกีโมรับประทานปลาเหล่านี้ไปจึงได้รับกรดไขมันจำเป็นเหล่านี้ด้วยจึงทำให้ไม่เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด

น้ำมันปลา ปัจจุบันเราพบว่าน้ำมันปลามีประโยชน์ในการป้องกันหรือลดความรุนแรงของโรค หัวใจ ความดันเลือดสูง ข้ออักเสบ ปวดศีรษะ ไมเกรน และเบาหวาน นอกจากนี้ยังอาจจะป้องกันโรคมะเร็ง โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง โรคไต และโรคอื่น ๆ ได้อีกด้วย และยังช่วยเพิ่ม HDL (ไขมันชนิดดีที่จะช่วยลด LDLไขมันชนิดร้ายที่ทำให้หลอด เลือดอุดตัน) น้ำมันปลาต่างจากน้ำมันตับปลาตรงที่ น้ำมันตับปลาสกัดจากตับของปลาทะเลบางชนิด ซึ่งมีวิตามิน A และ D ในปริมาณสูง จึงเหมาะสำหรับเสริมสร้างกระดูกและสายตา ซึ่งในน้ำมันปลามีน้อยกว่ามาก

เหมาะสำหรับ :
ผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจ ซึ่งได้แก่ ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป
ผู้ที่สูบบุหรี่จัด ผู้ที่ชอบรับประทานอาหารประเภทที่มีไขมันสูง
ผู้ที่ทำงานนั่งโต๊ะประจำ และขาดการออกกำลังกาย
ผู้ที่มีภาวะไขมันในเลือดสูง โดยเฉพาะไตรกลีเซอร์ไรด์
ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจ หรือ โรคหลอดเลือดอุดตัน
ผู้ป่วยที่เป็นความดันโลหิตสูง

วิธีรับประทาน: บุคคลทั่วไป รับประทาน 1,000 มก./วัน เพื่อป้องกันไขมันในเลือดสูง

ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ หลอดเลือด หรือผู้ที่ต้องการลดระดับไขมันในเลือด
ลดความดันโลหิต ลดระดับไตรกลีเซอไรด์ หรือผู้ที่มีปัญหาไขข้ออักเสบ

ควรทาน 2,000-3,000 มก. ต่อวัน
อย.11-1-01049-1-0208

 

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?

คลิกที่ดาว เพื่อให้คะแนนบทความ

Average rating 0 / 5. Vote count: 0

อ่านจบแล้ว แชร์เลย
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •