ลมหลับ โรคที่ควรรู้จัก และ อย่าชะล่าใจ

ลมหลับ โรคที่ควรรู้จัก และ อย่าชะล่าใจ

ลมหลับ โรคที่ควรรู้จัก และ อย่าชะล่าใจ

ใครที่บอกว่า การนอนไม่หลับ นั้น เป็นอาการที่ทรมาน ที่สุดแล้ว นั้น คือ คนที่ยังไม่เคยรู้จัก อาการ หรือ โรคที่ซื่อว่า “โรคลมหลับ” Narcolepsy   ใครที่ ง่วงนอนตลอดเวลา  , นอนเท่าไหร่ก็ไม่อิ่ม , ง่วง ซึม งีบหลับได้ ผิดที่ผิดเวลา

วันนี้ สุขภาพดีดี มีคำตอบ  มาให้ ทั้งเช็คอาการ , วิธีการแก้ไข , การรักษา และ การดูแล ตัวเองให้ หายจากอาการนี้ มาฝากอาการของ โรคลมหลับ 

 

โรคลมหลับ คือ อาการ ของคนที่รู้สึก และ พร้อมที่จะหลับ ได้ตลอดเวลา ทั้งที่ นอนมาตลอดทั้งคืน หรือ พึ่งตื่นนอนื มีการการง่วงซึม ไม่สดชื่น อยากหลับ และ หลับได้ง่ายๆ ผิดที่ผิดเวลา แม้นแต่ ในขณะทำกิจกรรมที่อันตราย เช่นขับรถ ระยะสั้นๆ  และ ในบางคนที่มีอาการรุนแรง ก็สามารถ งีบหลับได้ ในขณะที่กำลัง อยู่ในระหว่างสนทนา (ฟังอีกฝ่ายพูดตอบกลับมา ) ก็ งีบหลับไปได้ อย่างไม่น่าเชื่อ

 

สาหตุของ อาการ โรคลมหลับ

ยังไม่มีการ สรุปสาเหตุที่ชัดเจน  มีเพียงแต่ การสรุปได้ว่า เป็นความผิดปกติของ ศูนย์ควบคุม การหลับ และ การตื่น

 โดย เกิดการ การส่ง คำสั่งการให้ หลับ และ ตื่น สลับกัน ซึ่ง สมองมักชื่นชอบการหลับมากกว่าการตื่น จึงทำให้ การส่งสัญญาณการตื่นมีความถี่และ จำนวน ระยะเวลาที่มากกว่า การตื่น ดังนั้น ผู้ป่วยโดย โรคนี้จึงมักจะ มีการง่วงในเวลาที่ต้องตื่น  และ ในเวลา นอนก็มักจะเกิดการ ฝัน เสมือนจริง จนอ่อนเพลีย เหมือนไม่ได้นอน วนเวียนไป  เป็นวงจร ที่แสนจะทรมาน

 

อันตรายของโรคลมหลับ 

โรคลมหลับ อาจจะไม่ได้ทำลาย ทำร้ายร่างกายได้ เหมือนโรคร้ายแรงอื่น เช่น มะเร็ง โรคเบาหวาน   แต่ อันตรายชองโรค มักจะมาจาก อาการของโรค เช่น

อันตรายที่เกิดทานด้านร่างกาย

  1. อันตราย หาก เกิดอาการงีบหลับในขณะทำกิจกรรมที่ อันตราย เช่น ขับรถ  ควบคุมเครื่องจักร  
  2. ปวดหัว 
  3. อ้วน ง่าย 
  4. หลง ลืม 

อันตรายที่เกิดทานด้านจิตใจ

  1. เสียบุคลิก เพราะ กลายเป็นคนดูไม่ตั้งใจ ในการ ทำงาน เพราะ งีบหลับตลอดเวลา
  2. เสียโอกาสใน ก้าวหน้าอาชีพ  การงาน
  3. เบื่อสังคม เก็บตัว 
  4. เสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้าในระยะยาว

 

 

วิธีการรักษา

การรักษา หากมีการอาการรุนแรง ไม่สามารถควบคุมการหลับ ได้เลย ควร พบแพทย์  อย่างเร่งด่วน

แต่หาก เป็นในระยะเบื้องต้น เช่น มีอาการง่วง ซึม ง่าย แต่เมื่อ ถูกกระตุ้นด้วย กาแฟ ก็จะ รู้สึกดีขึ้น   ก็ใช่วิธีปรับพฤติกรรม  เป็นแนวทางที่ทำให้อาการ ดีขึ้น 

แนวทางการปรับพฤติกรรม 

  1. ปรับนาฬิกาชีวิต ฝึกเข้านอน ให้เป็นเวลาเดิมๆ สม่ำเสมอ ถึงจะนอนไม่หลับก็ตาม โดยให้กำหนดเวลาใน มีเวลานอนต่อเนื่อง 7-8   ชม ทุกวัน
  2. ปรับแต่งสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับการนอน เช่น ในห้องนอนไม่ควรมี สิ่งกระตุ้นใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น ทีวี วิทยุ หนังสือ โดยเฉพาะมือถือ ในห้องนอน ควรตกแต่งด้วยสี โทนเย็น อากาศ เย็นสบาย ไม่หนาวหรือร้อนเกินไป ที่นอน สะอาด ผ้าปูที่นอนควรเป็นสีพื้น สีโทนอ่อน เช่นกัน 
  3. งดการดื่มน้ำ อย่างน้อย 2 ชม ก่อนเข้านอน เพื่อ ลดจำนวนการปวดท้องปัสสวะ ระหว่างการนอน เพื่อให้มีคุณภาพการนอนที่ดี ยาวนาน ขึ้น
  4. ไม่รับสื่อ ที่กระตุ้น การตื่นตัวของสมองก่อนเข้านอน  เพื่อให้สมอง ผ่อนคลาย พร้อมกับการ นอนหลับพักผ่อน
  5. งดอออกกำลังกายก่อนนอน หรือ ช่วงเย็น  เพราะจะทำให้เกิดการตื่นตัว และ กระตุ้นให้นอนไม่หลับ
  6. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทุกชนิด 
  7. งดสูบบุหรี่ 
  8. งดการดื่มกาแฟ หรือ เครื่องดื่ม ที่มีสารกระตุ้น การทำงานของสมอง เช่น คาเฟอีน
  9. ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และ เสริมสารอาหารในกลุ่มแร่ธาตุ โดยเน้น อาหารที่ให้แร่ธาตุ แมกนีเซียม เป็นหลัก

 

แมกนีเซียม แร่ธาตุ สำคัญของ คนมีปัญหา ลมหลับ

มีงานวิจัยมากมายที่ยืนยันความสัมพันธุ์ของผู้ป่วยที่มีปัญหา การนอน  ตะคริว และ การปวดหัวไมเกรนต่างก็มีภาวะ การขาด แร่ธาตุ แมกนีเซียม ทั้งสิ้น 

โดยคุณสมบัติของ แมกนีเซียม ที่ได้ชื่อว่า เป็น ยากล่อมประสาท จากธรรมชาติ  โดยไม่มีผลข้างเคียง ใดๆทั้งสิ้น 

แหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุแมกนีเซียม ได้แก่

  1. ถั่วดำ
  2. อัลมอนด์ 
  3. ถั่วลิสง 
  4. เม็ดมะม่วงหิมพานต์  
  5. ผักโขม       
  6. คะน้า
  7. อะโวคาโด 
  8. ข้าวโอ๊ต 
  9. ข้าวสาลี 
  10. ดาร์กช็อกโกแลต

หรือจะให้ง่ายต่อการเติม แมกนีเซียม  ในทุก ๆ วัน เราสามารถเลือก อาหารเสริม ที่มี  แมกนีเซียม ที่อยู่ในรูปแบบที่ทานง่าย  หาซื้อและพกพาได้ง่าย และทางเลือกที่ดีที่สอดคล้องการใช้ชีวิตในรูปแบบปัจจุบันที่ไม่สามารถมีโอกาสเลือกทานอาหารที่ต้องการ อย่างพอเพียงในทุก ๆ วัน

คำแนะนำในการเลือกอาหารเสริมเพื่อเติมเต็ม แมกนีเซียม ให้เพียงพอ 

  • เลือกรูปแบบของ แมกนีเซียม ที่ร่างกายสามารถดูดซึมได้สูงถึง 80% ขึ้นไป เช่น แมกนีเซียม อะมิโนแอซิค คีเลต ซึ่งเป็นนวัตกรรมการเปลี่ยนแร่ธาตุ ที่เป็นสารอนินทรีย์ที่ร่างกายดูดซึมและย่อยสลายนำไปใช้ได้ยาก 
  • โดยทั่วไปจะดูดซึมและนำไปใช้ได้เพียง 6% เท่านั้น แต่แร่ธาตุที่อยู่ในรูปแบบ อะมิโนแอซิคคีเลต ซึ่งปรับให้แร่ธาตุต่าง ๆ มีขนาดเล็ก และห่อหุ้มเคลือบด้วยโปรตีน (สารอินทรีย์) ที่เล็กมาก อย่างกรดอะมิโน ทำให้ร่างกายชอบที่จะดูดซึมจึงทำให้แมกนีเซียม อะมิโนแอซิค คีเลต ผ่านการดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ถึง 80%
  • เลือกแบบที่ไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียง เพราะการทานแร่ธาตุโดยทั่วไปอาจจะทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น การทานแมกนีเซียม ในรูปแบบอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ อะมิโนแอซิค คีเลต อาจจะทำให้ท้องเสีย สาเหตุที่เกิดผลข้างเคียงแบบนั้น เพราะเป็นแร่ธาตุที่ร่างกายดูดซึมได้น้อยทำให้หลงเหลือของเสียที่ร่างกายไม่ดูดซึม หลงเหลือเป็นพิษ หรือร่างกายต้องการกำจัดทิ้ง ทำให้เกิดเป็นอาการข้างเคียง ดังกล่าว
  • แนะนำให้ทาน ทานเป็นประจำในช่วง ก่อนนอนก็จะช่วยให้สมองผ่อนคลาย ลดความวิตกกังวล และส่งผลทำให้เกิดการนอนหลับที่ง่ายขึ้น หลับลึก หลับสนิทมากขึ้น ทำให้รู้สึกสดชื่นกะปรี่กะเปร่าในเช้าวันถัดไป มีพลังมีแรงทำงานได้โดยไม่ต้องพึ่งกาแฟกันเลย (ประหยัดไปได้อีกหลายบาทต่อเดือน)

ได้เคล็ดลับไปแล้ว ก็นำไป สังเกต ความเปลี่นแปลที่เกิดขึ้น อดทน และ ฝึกจนเป็นนิสัย จนกลายเป็นวิถีชีวิต แล้ว คุณคนที่สดชื่นสดใส ก็จะกลับ มาอีกครั้ง

 

 

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?

คลิกที่ดาว เพื่อให้คะแนนบทความ

Average rating 5 / 5. Vote count: 1

อ่านจบแล้ว แชร์เลย
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •