กระดูกหัก ความเสี่ยงที่สูงขึ้น จากการเป็น “วีแกน”

กระดูกหัก ความเสี่ยงที่สูงขึ้น จากการเป็น “วีแกน”

กระดูกหัก ความเสี่ยงที่สูงขึ้น จากการเป็น “วีแกน”

จากการวิจัย ในกลุ่มบุคคล ที่เป็น วีแกน พบว่า มีอัตราเสี่ยง

ในการเกิดโอกาส ที่กระดูกจะหักง่ายมากขึ้น สาเหตุ มาจากอะไร 

อาจจะเป็นเพราะเรื่องของ ดัชนีมวลกาย รวมถึงเรื่องสารอาหาร 

ที่จำเป็น ประเภทแคลเซียม หรือ ธาตุอื่นๆ ที่พวกเขาไม่รับประทาน

 

วีแกน คืออะไร ทำความเข้าใจกันก่อน 

วีแกน (Vegan) หรือกลุ่มคน ที่นิยมบริโภค มังสวิรัติประเภทนึง กลุ่มนึง

ซึ่งเริ่มได้รับความนิยม และ ขยายวงกว้างมากขึ้น ในหมู่ของผู้รักสุขภาพ

โดยปัจจุบัน ถ้ารู้จักวีแกน จะสังเกตได้ว่า การเป็นวีแกน มีวิถี ที่เคร่งครัดมาก

กว่ากลุ่ม Veggie หรือกลุ่มอื่น ที่ทานมังสวิรัติ ทั่วๆไป เพราะนอกจาก

จะไม่กินเนื้อสัตว์แล้ว ยังงดรับประทานอะไรก็ตาม ที่เป็นการเบียดเบียนสัตว์

ไม่ว่าจะเป็น นม ไข่ ชีส เนย หรือแม้กระทั่งน้ำผึ้ง รวมถึงเจลาติน

ที่เป็นส่วนประกอบ ของกระดูกสัตว์ และยังถูกรวมไปถึง เสื้อผ้าขนสัตว์

โดยไม่สนว่า การผลิตจะเอามาจากสัตว์ที่ตายแล้ว หรือ ว่าถูกเชือด ด้วยกรรมวิธีปกติ

และ ยังรวมไปถึงการทดลองเครื่องสำอาง ในสัตว์ต่างๆ กบ หนู ลิง

เรียกว่าอะไร ที่ส่งผลกระทบถึงสัตว์ วีแกนเหมารวมหมด

 

ในเมืองไทย การเป็นวีแกน เริ่มขยายวงกว้างมากขึ้น เนื่องจากมองประเด็น

ในเรื่องสุขภาพ เป็นอาหารที่คลีน พลังงานไม่มาก เหมาะกับคน ที่สนใจเรื่องสุขภาพ

การดูแล และ การออกกำลังกาย

 

 

แล้วทำไมคนเป็นวีแกน ถึงมีความเสี่ยงสูง เรื่องกระดูกหัก

 โดยการวิจัย โดยมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก อย่าง ออกซ์ฟอร์ด อังกฤษ

รายงานว่า ผลการวิจัย พบว่า ผู้เป็นวีแกนนั้น มีโอกาส กระดูกหัก สูงมากถึง 43%

จากกระดูกมวลรวมในร่างกาย และ ส่วนที่อาจจะได้รับผลกระทบ ยกตัวอย่างเช่น สะโพก

โดยอัตราที่เกิดกระดูกหัก สูงถึง 20 คน จาก 1,000 คน ถือเป็นเปอร์เซ็นที่สูงมาก

มากกว่าคนที่กินเนื้อสัตว์ 2.3 เท่า

 

โดยผู้เข้าร่วมทำการศึกษา ประมาณ 30,000 คน โดย 8,000 คนกินเนื้อ

15,000 ไม่กินเนื้ออื่น นอกจากปลา และ 2,000 คน สำหรับมังสวิรัติ

 

 

จากการสำรวจ พบว่ามีอัตราการกระดูกหัก ในช่วงแค่ปี 2016

เป็นจำนวนสูงถึง 3,941 ครั้ง หรือ ถ้าเทียบเป็นอัตรา 1 ต่อ 1

โดย 1 คน หัก 1 ครั้ง จาก 30,000 คน คิดเป็นอัตราเกินกว่า 10% แล้ว

นั่นถือว่าไม่ปกติแล้วนะ ที่คนในกลุ่มสำรวจ จะกระดูกหักมากขนาดนี้

 

โดยนักวิจัยชี้แจงว่า ผู้ที่ไม่ทานเนื้อสัตว์ แม้ทานปลา ก็มีโอกาสกระดูกสะโพกหัก

เพราะว่าการไม่ทานเนื้อ ซึ่งเป็นแหล่งรับโปรตีน และ เพิ่มดัชนีมวลกาย

เมื่อทั่งสองอย่างลดลง เพราะไม่ทานเนื้อ มีความเชื่อมโยงชัด ว่ากระดูกหักง่ายขึ้น

รวมถึงคุณภาพกระดูก ก็ลดลงด้วย โดยมันชี้ชัดว่า วีแกน มีดัชนีมวลกาย และ โปรตีน

ในระดับที่ต่ำกว่าบุคคลอื่นจริงๆ

 

ถ้าจะให้พูด ก็อาจจะบอกว่า วีแกนไม่ได้แย่ ได้กินอาหารที่ดี เป็นผัก ไม่เบียดเบียนสัตว์

ระบบต่างๆ และ ความเสี่ยงเรื่องโรค ก็ลดลง เช่นเบาหวาน หรือ ไขมัน หรือ อื่นๆ

แต่ก็ต้องระวัง ไม่ให้ดับร่าง BMI และ โปรตีน ต่ำจนเกินไป เพราะจะทำให้กระดูกหักได้ง่าย ๆ เอานะ

 

เพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมแคลเซียมที่ดีขึ้น ด้วย Mag – Cal

Mag-Cal

 

ก็มันจะไม่หักได้ไง เพราะว่ากระดูก ไม่ได้รับสารอาหาร ที่ต้องการดูดซึมเพียงพอ

เหมือนคนที่กินอาหารไม่พอ มันก็หิว ร่างกายก็ลดกล้ามเนื้อ เพื่อคงชีวิตให้รอด

กระดูกก็เหมือนกัน มันก็ต้องลดความหนาแน่น เพราะมันได้รับสาอาหารไม่พอ

และ ค่อยๆอ่อนแอ และ กร่อนมาขึ้น เมื่อเวลานานขึ้น

 

อาจจะมีบางคนออกมาเถียงว่า ผักก็ให้โปรตีนได้ ผักก็ให้แคลเซียมได้

มันให้ได้จริง แต่ถ้าจะให้เปรียบเทียบในมิติไหน ของการตรวจ มันก็ให้ผลลัพธ์

ของคุณอาหาร ไม่เท่ากับโปรตีน และ แคลเซียมจากนมอยู่ดี เพราะในนมวัว

มีกรดอะมิโน ที่ไม่ได้มีในผัก ในเรื่องของการย่อยสารอาหาร และ ถูกดูดซึมไปใช้งาน

 

แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะสิ้นไร้ไม้ตอก เพราะยังพอมีหนทาง ที่วีแกนจะได้รับสาอาหารเพียงพอ

เพราะยังของกินประเภทถั่ว ที่ยังให้โปรตีน ในส่วนที่ร่างกายขาด และ ยังสมควร

ในการทานวิตามินอื่นควบคู่ เช่นวิตามิน B12 และ D แม้ว่าการเลือกอาหาร และ

การมีความเมตตาต่อเพื่อนร่วมโลกเป็นเรื่องที่ดีก็จริง แต่ก็ไม่ควรดูแลร่างกาย

ให้ได้รับประโยชน์ จากอาหาร อย่างถูกต้องเช่นเดียวกัน

 

ต้องไม่ลืมว่า การวางแผนที่ดีก็ส่งเสริมสุขภาพให้ดีได้ และอย่าลืมพวกแร่ธาตุ

พวกเหล็ก สังกะสี และ แคลเซียม เพราะหากทานเป็น จะลดความเสี่ยงอันน่ากลัว

ในเรื่องโรคอื่น เช่นเบาหวาน และ โรคหัวใจลงไปได้เยอะเลยทีเดียว

 

 

แร่ธาตุรวม แร่ธาตุสำคัญ ที่ร่างกายต้องการ Multi Mineral

 

 

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?

คลิกที่ดาว เพื่อให้คะแนนบทความ

Average rating 0 / 5. Vote count: 0

อ่านจบแล้ว แชร์เลย
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •