จัดการความวิตกกังวล ในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนนี้

จัดการความวิตกกังวล ในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนนี้

จัดการความวิตกกังวล ในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนนี้

 

ด้วยสถานการณ์ ที่เรากำลังประสบพบเจอ มันไม่ใช่เรื่องแปลกเลย

ที่จะทำให้เราต้องรับมือความหนักหนา ของเรื่องความวิตก กังวล ที่เกิด

จากความไม่แน่นอน ของชีวิต เพราะเราต่างรับมือกับอะไรมากมาย

ตอนนี้ไม่เพียงแต่เรื่องส่วนตัวของชีวิตอีกแล้ว เพราะมันมีเรื่องอื่นๆ

เข้ามาผสมปนเป มั่วไปหมด ทั้งเรื่องของเศรษฐกิจ ปากท้อง

การเอาชีวิตรอด รายได้ และ เรื่องของโรคระเบิด

ที่กำลังเป็นประเด็นอยู่ในตอนนี้ ทุกอย่างในชีวิต ดูสับสน

และน่ากลัวไปเกือบหมดทุกอย่าง คำถามคือ ฉันจะรอดไปถึงไหน

ในวิกฤติของชีวิต ที่ประสบอยู่ในปัจจุบัน ตอนนี้

 

ในแปลกเลย ที่ร่างกายจะได้รับภาระมหาศาล จากประเด็นที่เกิดขึ้น

เปลี่ยนแปลงไปเป็นความเครียด เกิดความวิตก กังวล ว่าจะเกิดสิ่งไม่ดีกับตัวเองหรือไม่

และ การที่คนเรากำลังสะสมเรื่องของความเครียด ที่มากเกินไป ทำให้

ร่างกายของเรา ทำงานผิดปกติ หลั่งคอติซอล มากเกินจำเป็น

และ ใช้ระบบภูมิคุ้มในร่างกายสูงขึ้น เป็นที่มาของความอ่อนแอ ทั้งกายใจ

รวมไปถึงภูมิคุ้มกัน ปัจจัยทางฟิสิกส์บางชนิด สามารถห้าม หรือ หยุดทำ

เพื่อลดความเสี่ยงได้ เพียงแต่ เรื่องของสมอง เป็นอะไรที่หยุดคิดยากจริง

หลายๆคนคงเข้าใจบริบทนี้ดี ว่ามันส่งผล ขนาดที่ทำให้คุณนอนไม่หลับเลยทีเดียว

 

และการจัดการ ในส่วนนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะจะทำยังไงละ

ให้หยุดคิดเรื่องน่าปวดหัว ทั้งหมดลงได้ ถ้าทำไม่ได้ทันที งั้นค่อยๆเริ่มทำ

และจัดการมันไปทีละนิดดีไหม ด้วยวิธีเหล่านี้

 

1.การควบคุมอารมณ์และสมาธิตามการหายใจ 

การหายใจให้เป็น และ ถูกต้อง ยังเป็นวิธี ที่ดีเสมอ

ไม่าจะเป็นความวิตกจากเหตุการณ์ต่างๆ ทางด้านใดก็แล้วแต่

ในขณะที่กล่าวถึงนี้ สามารถรวมไปถึงอารมณ์ ความรู้สึกโกรธ ก็รวมอยู่ด้วย

การหายใจลึก ๆ  เป็นสิ่งที่กระตุ้น ความรู้สึกหลอดภัยได้ แต่มีข้อสำคัญคือ

วิธีการนี้ ต้องฝึกเป็นประจำ ลองทำให้ได้ประมาณวันละ 5-10 นาที ในช่วงตอน

ที่ความรู้สึก หรือ ความวิตกกังวลของคุณพุ่งพล่าน วิธีนี้เหมาะมากสำหรับคุณ

ขั้นตอนต่อไปนี้ จะช่วยให้คุณ ฝึกการหายใจได้ง่ายขึ้น

  1. นั่งลงบนเก้าอี้ จะหลับตาหรือไม่ก็ได้ แล้วแต่คุณ
  2. หายใจเข้าไปจนสุดปอด
  3. และ เมื่อหายใจออก ก็ให้หายใจออก จนสุดปอดเหมือนกัน
  4. ทำแบบนี้ ซ้ำๆ ประมาณ 5-10 นาที
  5. ฝึกหายใจเข้า และ ออก บ่อยๆ เท่าที่คุณจะทำได้

**อาจจะใช้สภาพของบอลลูน ที่ขยายละหด เพื่อโฟกัสการหายใจ

**หลักการณ์นี้ คือวิธีทีการที่คล้ายกันกับทำสมาธินั่นเอง

นี่เป็น 1 วิธี ในการ จัดการความวิตกกังวล

 

2.ดูแลสสุขภาพ ร่างกาย ให้แข็งแรงอยู่เสมอ

ในประเด็นนี้ อาจจะรวมการดูแลร่างกายในทุกมิติ

ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย การกินอาหาร และ การพักผ่อน

ในการรับประทานอาหาร ควรรับประทาน ให้หลากหลาย เหมาะกับ ที่ร่างกาย

ต้องการ และ เพียงพอ ที่สำคัญ การทานอาหาร อาจจะต้องระวัง ในเรื่อง

ของการปรุงรส และ เรื่องภาวะน้ำตาลในเลอืดต่ำไว้ด้วย เพราะสิ่งเหล่านี้

เป็นเหมือนตัวกระตุ้น ให้อารมณ์แปรปรวน ทำงานผิดปกติ

 

การออกกำลังกาย เป็นเครื่องมือที่ดีมาก ในการใช้ลดความเครียด

และความวิตกกังวล เพราะทุกครั้ง ที่คุณออกกำลังกายนั้น ร่างกายจะผลิต

สารอย่างนึงขึ้นมา เรียกว่า เอนโดรฟินส์ หรือ สารแห่งความสุขนั่นเอง

มีความสามารถ ในการลดความเครียด คลายความวิตกกังวลได้

และยังช่วยให้หลับสนิทอีกด้วย

 

นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างที่เคยได้ยิน คำแนะนำ อาจจะ

ไม่ได้มีเวลาตายตัวขนาดนั้น แต่ถา้าเป็นไปได้ ของการนอนเพียงพอ คือ

7 ชั่วโมง ต่อคืน โดยในการนอนนั้น พยายามลดสิ่งรบกวนให้ได้มากสุด

ห้องต้องมืดสนิท และ เงียบ จะช่วยทำให้การนอนดีขึ้น

 

3.หลีกเลี่ยง แอลกฮออล์

หลายคนอาจจะคิดว่า ถ้าเราเหนื่อยๆ หรือ เครียด

วันนี้ดื่มหน่อยดีกว่า การดื่มน่าจะช่วยบรรเทาอาการเครียดได้

แต่รู้ไหมว่า นั่นเป็นความเชื่อที่ผิด เพราะว่าการดื่มแอลกอฮออล์

เป็นสิ่ง ที่มีผลข้างเคียง ที่จะทำให้เราเครียด และ วิตกกังวล

มากกว่าเดิม ฉะนั้นเลี่ยงได้ เลี่ยง ไม่ช่วยจัดการความวิตก

อาจจะเป็นมากขึ้น และ เสียเงินเพิ่มขึ้นอีกด้วย

 

4.หาต้นตอ ไม่ใช่หาแต่ทางแก้ 

ข้อนี้สำคัญมาก เนื่องจาก สิ่งที่พูดมาด้านบน คือการแก้ไข

ปัญหาเรื่องความวิตกกังวล คือการเรียนรู้ ว่าจริงๆแล้ว ร่างกาย

ของคนเรา เกิดปัญหา ความเครียด และวิตกกังวลได้อย่างไร

หากเกิดความเครียดขึ้น หรือ วิตก วิธีการง่ายๆ อาจจะต้อง

จดเรื่องที่ทำให้เกิดความกังวลขึ้น ว่าเกิดในเวลาแบบไหน

สถานการณ์เป็นอย่างไร เราจะเห็ฯภาพ ได้ง่ายขึ้น ว่ามีเหตุการณ์

รูปแบบไหนบ้าง ที่ทำให้เราอยู่ภาวะกังวลได้ง่าย หากตัวเรา

รู้จักตัวเอง ว่าอะไรที่เป็นตัวบ่ม เรื่องของข้อ ความรู้สึก

เครียด วิตก เราจะจัดการชีวิต และ ตัวเราไม่ให้วิตก ได้ง่ายขึ้น

 

REF:HEALTHLINE

 

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?

คลิกที่ดาว เพื่อให้คะแนนบทความ

Average rating 0 / 5. Vote count: 0

อ่านจบแล้ว แชร์เลย
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •