วัยทอง กับ สาหร่ายเกลียวทอง เพื่อนคู่กาย  เพื่อสุขภาพ

วัยทอง กับ สาหร่ายเกลียวทอง เพื่อนคู่กาย  เพื่อสุขภาพ

วัยทอง กับ สาหร่ายเกลียวทอง เพื่อนคู่กาย  เพื่อสุขภาพ

“วัยทอง” ในความคิดของหลายคน คงมีความแตกต่าง ตามเข้าใจของบุคคลที่ประสบพบเจอ หรือ ทำความเข้าใจในการเรียนรู้ของช่วงชีวิต เช่น การที่ประสบกับบุคคล ที่เป็นคนพอมีอายุ มักชอบบ่น หรือ แสดงอาการไม่พอใจแบบไม่มีเหตุผล หรือ อาการของการถูกเรียกว่ามนุษย์ป้า มนุษย์ลุง หรือ เกี่ยวกับเรื่องของช่วงอายุ ที่บางคนอาจจะพูดว่าเป็นช่วงของ อายุ ประมาณ 50+ ขึ้นไป จะเริ่มเข้าสู่วัยของ การเป็นวัยทอง

แล้วในความหมายจริงๆ แล้ว นั้น วัยทอง ที่กล่าวถึงนั้น เราจะเอาอะไรตัดสินได้ว่า คนคนนึง จะเริ่มก้าวเข้าสู่วัยทองแล้ว หรือ รับรู้ได้ว่า บุคคลคนนี้เป็นวัยทองแล้ว เราควรดูจากอะไรดี ??

 

ความหมายจริง ๆ ของการเป็นวัยทองนั้น ตามข้อมูลสืบค้น ได้กล่าวถึงวัยทองในผู้หญิงไว้ว่าไว้ว่า

วัยทองนั้น คือวัยที่ หมดประจำเดือน อาจจะพอทำให้เห็นภาพชัด และแบ่งได้ชัดเจน ว่าแบบนี้ ถึงจะถูกเรียกว่าวัยทอง เป็นอาการ ของการขาดหายไปของ การมีประจำเดือน เป็นเวลามากกว่า 12 เดือน ซึ่งอายุ เฉลี่ยของการเป็น อาการวัยทอง ของผู้หญิงไทยนั้น ถูกระบุ เอาไว้ที่ 49.5 ปี โดยทำให้ร่างกายได้รับผล ของการไม่มีประจำเดือน เกิดการเปลี่ยนแปลงเนื่องจาก รังไข่ หยุดสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจน และ โปรเจสเตอร์โรน

แล้วทำไมคนเรา  ถึงเป็นวัยทองกันล่ะ มีสาเหตุ หรือ ที่มาหรือเปล่า

 

เป็นที่แน่นอนว่า การเป็นวัยทองนั้นมีที่มา แต่นั่นไม่ใช่ที่มา แบบผิดปกติของร่างกาย มนุษย์ หรือ ระบบในมนุษย์ เพียงแต่เป็น ระบบปกติ ที่ต้องเกิดขึ้นในวันนึง ตามช่วงอายุเฉลี่ยที่ได้ชี้ ไว้ในข้างต้น

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้ว การเกิดวัยทอง ไม่ใช่ว่าจะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติทั้งหมด แต่ก็ไม่นับเป็นการแบบผิดปกติอยู่

 โดยสาเหตุที่กล่าวถึงคือ

1.เกิดตามธรรมชาติ เช่น ความเสื่อมตามอายุ

2.เกิดจากการเจ็บป่วย เช่น การผ่าตัดเอารังไข่ทั้งสองข้างออก

3.เกิดจากการรักษาทางการแพทย์ เช่น การให้เคมีบำบัด ในผู้ป่วยมะเร็ง

เมื่อได้ทราบแล้วว่า การมีอาการของ วัยทองนั้น เกิดได้อย่างไร ทำให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

 

ด้วยอาการที่ มักจะเกิดในคนที่เข้าสู่ช่วงวัยทอง 10 ข้อ อันได้แก่

  1. ประจำเดือนมาน้อยวันและไม่สม่ำเสมอ เป็นระยะเวลานาน 12 เดือน
  2. ร้อนวูบวาบตามร่างกายโดยเฉพาะส่วนบนของร่างกาย เหนื่อยง่าย ใจสั่นมีเหงื่อออกมากตอนกลางคืน บางคนมีอาการหนาวสั่นโดยไม่มีสาเหตุ
  3. ผิวหนังจะบางลง แห้งและเกิดเป็นแผลได้ง่าย มีอาการคันตามผิวหนัง และผิวหนังเกิดผื่นแพ้ง่าย
  4. เส้นผมจะหยาบแห้งและบางลง หลุดร่วงได้ง่าย ไม่ดกดำเป็นเงางาม
  5. ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หรือปวดตามข้อและกระดูก

 

 

  1. มีอาการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์เร็ว เครียดง่าย หงุดหงิดโดยไม่มีสาเหตุ โกรธง่าย ใจน้อย ควบคุมอารมณ์ได้ยาก บางคนหลงลืมง่าย เวียนศีรษะ ซึมเศร้า
  2. นอนหลับยากหรือนอนไม่หลับ
  3. ช่องคลอดขาดความชุ่มชื้น น้ำหล่อลื่นน้อยลง เกิดความเจ็บปวดเวลามีเพศสัมพันธ์
  4. ปัสสาวะบ่อย กลั้นปัสสาวะไม่ค่อยได้
  5. กระดูกจะบางและเปราะง่าย เวลาหกล้มกระดูกจะหักได้ง่ายขึ้น

 

และนี่อาการทั้งหมด ที่สามารถสำรวจได้ทั้ง ตัวเอง และ ผู้อื่นว่า ได้เข้าสู่ช่วงวัยทองหรือยัง

เพราะนั่นคือการเตรียมตัวรับมือกับความเปลี่ยนแปลง และ ต้องมาควบคู่กับการดูแล Life Style หรือ วิถีชีวิตแบบ คนวัยทอง หลักการดูแลที่ดี ที่ควร ควรเป็นอย่างไร

ทำไมต้องวนเข้ามาเรื่องนี้ เกิดความแตกต่างอย่างไร ในช่วงก่อนหน้านี้ ความเป็นจริงแล้วนั้น การดูแลร่างกาย จิตใจ ในช่วงเวลานี้ เป็นส่วนสำคัญของชีวิต เพราะเป็นการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่วัย สูงอายุ ในตลอดช่วง 10 ปี ของการเป็นวัยทอง เป็นการส่งผลต่อเนื่องการไปสู่วัยสูงอายุ

 

โดยมีรายละเอียดดังนี้

การออกกำลังกาย : ควรออกกำลังต่อ สัปดาห์ประมาณ 120 นาที หรือ 2 ชม. ต่ออาทิตย์ หรือวันละ 30 นาที ต่อกัน 4 วัน เพื่อเป็นการสร้างความแข็งแรงของร่างกาย กล้ามเนื้อ กระดูก

 

หลับอย่างมีคุณภาพ : การนอนหลับที่ดีมีคุณภาพ เป็นรากฐานที่ดีของทุกวัย พยายามพาตัวเองนอนให้ได้ก่อนเวลาเที่ยงคืน และ ถ้ามีอาการนอนไม่หลับ ให้เน้นการออกกำลังกายมากขึ้น

แต่ไม่ควรออกก่อนนอน การเผาผลาญพลังงาน จะยังไม่หยุดทำงาน ทำให้คุณนอนหลับได้ลำบากมากขึ้น

 

ตรวจสุขภาพ : อะไร อะไร มันก็ไม่ได้ดี เหมือนตอนเด็ก ตอนวัยรุ่นแล้ว ตรวจสุขภาพบ้าง เพื่อการดูแลเสริม ที่ทันท่วงที

 

หมั่นสังเกตตัวเอง : เมื่อเกิดความเปลี่ยนแปลงอะไรที่ส่งผลกระทบ แม้แต่เล็กน้อยก็ควรใส่ใจรายละเอียดของมัน

 

ทำจิตใจให้สบาย : ดูแลคุณภาพจิตใจไม่ให้เครียดเกินไป จนส่งผลกระทบ ต่อจิตใจ และ ร่างกาย ของทั้งตัวเอง และ ผู้อื่น

 

การรับประทานอาหาร : เพิ่มปริมาณโปรตีน และ แคลเซียม สำหรับการดูแลกล้ามเนื้อ และ กระดูก ทั้งเรื่องการซ่อมแซม และ เติมให้ครบ และดื่มน้ำโดยประมาณวันละ 1-2 ลิตร

 

กระจายหลักการกินอาหารที่ถูกต้อง ของการเป็นวัยทอง ให้ชัดเจน

 

วัยทอง กับ สาหร่ายเกลียวทอง อาหารสำคัญที่สุดในการดูแลตัวเอง

อาหารที่วัยทองควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และเน้นการรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น นม เต้าหู้ งาดำ ปลาเล็กปลาน้อยที่รับประทานพร้อมก้าน ผักใบเขียว เป็นต้น

แคลเซียม จะเป็นตัวเสริมสร้างกระดูกเพื่อป้องกันภาวะกระดูกพรุน นอกจากนี้ ควรควบคุมระดับไขมันในเส้นเลือดโดย งดรับประทานอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง และเลือกรับประทานอาหารที่ย่อยง่าย

ซึ่ง ในวัยทอง การทานอาหารหลัก อาจจะไม่เพียงพอต่อการเสื่อมถอยของร่างกาย และ อีกทั้งบางท่าน อาจจะมีปัญหา สุขภาพฟัน ทำให้ไม่สามารถ ทานอาหาร ได้ไม่หลากหลาย    ดังนั้น มองหาอาหารเสริม ที่ให้คุณค่าทางอาหาร ครบถ้วน ในทุกหมวดหมู่อาหาร จึงเป็น ทางเลือกที่ดี ค่ะ

 

อาหารเสริมที่ ให้คุณค่าทางอาหารครบถ้วน มากจากธรรมชาติ 100% จึงเป็น ผลิตภัณฑ์ ในลำดับต้นๆ ที่ เหมาะกับ สุขภาพวัยทอง ที่สุดเพราะ  สาหร่างเกลียวทองเป็นอาหารจากธรรมชาติที่ปลอดภัย

และ ให้สารอาหารครบถ้วน ที่จำเป็นต่อ ร่างกายของ ผู้ใหญ่วัยทอง ที่สุด  สาหร่ายเกลียวทองเป็นพืชที่มีโปรตีนสูงถึง 70% ซึ่งไม่มีพืชชนิดใดที่มีปริมาณโปรตีนสูงได้ถึง ขนาดนี้ และ ยังมีกรดอะมิโน

คือ โปรตีนขนาดเล็กที่เรียงตัวกัน อย่างสมดุล ที่ร่ายกายสามารถน้ไปใช่งานได้ทันทีกว่า 18 ชนิด และ กรดอะมิโนชนิดจำเป็น

ก็ครบถ้วน จึงถือเป็นโปรตีนที่สมบูรณ์   ดังนั้น เองไซด์ที่มาจากโปรตีนก็มีจำนวนสูงมากถึง 2000   ชนิด

 

นอกจากนั้น สาหร่างเกลียวทองยังเป็น แหล่งของวิตามินบี 12 ซึ่งปกติจะไม่พบ วิตามินบี ในพืช แต่จะพบในสัตว์  แต่หาก ผู้ใหญ่วัยทองทานเนื้อสัตว์ เพื่อให้ได้ วิตามินบี 12

ก็อาจจจะทำให้ได้รับ  ไขมันที่แทรกอยู่ในเนื้อสัตว์มากจากเกินไป การทานสาหร่ายเกลียวทองจึงเป็นทางเลือกที่ดี ที่สุด

ในผู้ใหญ่วัยทอง อาจจะมีปัญหาในการทานโปรตีน จากเนื้อสัตว์ โดยตรง เพราะ เริ่มมีปัญหากับ ความสามารถสในการย่อย อาหาร ซึ่งการทานเนื้อสัตว์ อาจจะกระตุ้นในเกิด

ภาวะกรดไหลย้อน ท้องอืดท้องเฟ้อ จากอาการอาหารไม่ย่อยได้ แต่สาหร่ายเกลียวทองเป็นพืชที่มีผนังเซลล์อ่อน (Soft Cell Well) ไม่มีเซลลูโลส เหมือนพืช หรือ เซลล์สัตว์ อื่นๆ จึงทำให้ย่อยง่าย กว่า และ ดูดซึมได้ดีกว่า 80%

นอกจากนั้นสาหร่ายเกลียวทองยังมีวิตามินและแร่ธาตุ อื่นๆ ที่จำเป็นต่อร่างกาย อีกด้วย

 

เลือก สาหร่ายเกลียงทอง ต้องเลือก จาก แหล่งที่ใช่ เพาะเลี้ยง 

สาหร่ายเกลียวทองที่ดี ต้อง เติบโตในบ่อเพาะเลี้ยงที่มีกระบวนการผลิต อยู่ภายใต้การดูแลของนักวิชาการตลอด 24 ชม . โดยใช่น้ำแร่ในการผลิต และ ต้องมาจากฟาร์มสาหร่ายที่ได้ ก่อตั้ง และได้รับการดูแลจาก ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ค้นพบ และ พัฒนาผลิตภัณฑ์ สาหร่าย มามากกว่า 20 ปี เช่น สาหร่ายที่มาจาก ฟาร์ม ของ คุณเจียมจิตต์ บุญสม ผู้ซึ่งค้นพบ สายพันธุ์ จากแหล่งน้ำในประเทศไทย และ เป็นผู้ตั้งชื่อ สายพันธุ์ว่า “สาหร่ายเกลียวทอง”และ คุณเจียมจิตต์ ยังเป็นผู้เริ่มต้นโครงการเพาะสาหร่าย

ในโครงการพระราชดำริ สวนจิตรลดา อีกด้วย เรียกได้ว่า คุณเจียมจิตต์ ท่านเป็น มารดาของสาหร่ายเกลียวทอง ท่านใช่เวลา เกือบ 20 ปี   ในการ ค้นคว้าพัฒนา

 

สาหร่ายเกลียวทองจนกลายเป็น ผู้เชียวชาญ เรื่องสาหร่ายเกลียวทองที่สุดในประเทศไทย

ปัจจุบัน คุณเจียมจิตต์ ได้ เป็นผู้ก่อตั้งและดูแลฟาร์ม สาหร่ายเกลียวทองที่ใหญ่ และมีกำลังการผลิตที่ดีและมากที่สุด ในประเทศ และ ผลิตภัณฑ์ที่มาจากฟาร์มของท่าน  ได้รับการยืนยัน จาก หน่วยงาน ตรวจสอบคุณภาพมากมาย มาตรฐานระดับสากล GMP,HACCP,ISO22000:2005 , Halal ผลิตภัณฑ์เป็นที่ยอมรับ จากต่างประเทศ และมี การวางจำหน่าย ที่ญี่ปุ่น อเมริกา และ ยุโรป หลายประเทศ

 

และ ด้วยกระบวนการ ตั้งแต่ เพาะเลี้ยง การเก็บเกี่ยว จนถึง การอัดเม็ด  ทุกๆ กระบวนการ ไม่มีการใช่สารเคมี 100% จึงทำให้ สาหร่ายเกลียวทองคือ อาหารที่ดีที่สุด สำหรับ วัยทอง และ สำหรับทุกๆคนในครอบครัว  

 

 

 

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?

คลิกที่ดาว เพื่อให้คะแนนบทความ

Average rating 0 / 5. Vote count: 0

อ่านจบแล้ว แชร์เลย
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •