ความสัมพันธ์ แบบไม่ผูกมัด ส่งผลดีต่อสุขภาพ (บางคู่)

ความสัมพันธ์ แบบไม่ผูกมัด ส่งผลดีต่อสุขภาพ (บางคู่)

ความสัมพันธ์ แบบไม่ผูกมัดส่งผลดีต่อสุขภาพ (บางคู่)

โดยหากกล่าวถึง เรื่องของ ความสัมพันธ์ แล้วนั้น เราสามารถ

แบ่งออกได้หลายประเภท ทั้งความสัมพันธ์แบบครอบครัว 

พ่อ แม่ ความสัมพันธ์แบบเพื่อน กี่คนกี่คนก็เพื่อน พี่ น้อง!!!

 

แต่ถ้าหากได้ลำดับความสัมพันธ์ออกมาแล้ว จะพบได้ว่า ปกติการที่คนเราคบกัน แบบหนุ่มสาว

รักกัน ให้ความห่วงใย ก็ย่อมจะต้องมีสิ่งแทน ในรูปแบบบางอย่าง เพื่อแสดงว่า เค้าเหล่านั้น

คบหาดูใจกันอยู่ และ ทำให้บุคคลรอบข้างทราบว่า ทั้งสอง ระหว่างกัน มีอะไรต่อกันในรูปแบบไหน

และ เช่นไร เพื่อเป็นการชี้ชัดว่า สองคนนี้ มีแนวโน้มเป็นคู่ชีวิต ดูแลกัน และ อนาคต อาจจะแต่งงาน

มีครอบครัวด้วยกันได้อีกด้วย แต่ไม่รูู้ว่า ในปัจจุบัน เค้าไม่ได้เน้นหาแฟนกันแล้วรึเปล่า

เพราะส่วนมาก เห็นได้มาแต่ เพื่อน พี่ น้อง ทั้งนั้นเลย ประโยคจบความสัมพันธ์ ทุกวันนี้

อาจจะเป็นที่ประโยคเริ่มสานสัมพันธ์ก็ได้ ตัวอย่างเช่น ตกลงเราเป็นอะไรกัน ?

เราก็คุยกันมานานแล้วนะ อยากจะขยับไปเป็นอื่นรึเปล่า?

ตอนแรกก็คุยดีหรอก สักพักเริ่มตอบแชทช้าขึ้น หายตัวนานเป็นระยะเวลา หลายชั่วโมง

เป็นวัน หรือ ในบางโอกาสเหมาะ ก็อาจจะหายตัวไปเลยก็ได้ จากการแค่อยากมีสถานะกับใครสักคน

 

แต่มีการศึกษาที่หนึ่ง ได้พูดถึงประเด็นของการเปิดเผยความสัมพันธ์ไว้ได้น่าสนใจ

เพราะอยากให้ทุกคน ทำความเข้าใจ และ ลองคิดเกี่ยวกับประเด็น ของการเปิดเผยสถานะความสัมพันธ์

ว่าในมุมมองของการมีความสัมพันธ์ นั้นไม่มีความจำเป็นในเรื่องการ ยึดมั่นผูกพันธ์อย่างเดียว

 

เนื่องจากการศึกษา พบความน่าประหลาด ของความสัมพันธ์ แบบไม่ผูกมัดนั้น

กลับส่งผลดี และ เป็นไปในทิศทางบวก กับเรื่องความสุขในชีวิต และ นี่ค่อนข้างเป็นเรื่องใหม่

แต่ต้องขอบอกไว้ก่อนเลย ว่าเป็นเฉพาะบางคู่เท่านั้น ไม่ได้เหมารวมว่า จะเกิดกับทุกคู่

เพราะปัจจัยของเรื่องส่วนบุคคลนั้น ของคนเราทุกคน เรียกได้ว่า แทบจะไม่มีใครเหมือนกันเลย

 

งานวิจัย ค้นพบว่า การไม่รักเพียงคู่รักของคุณคนเดียว จะส่งผลเสียกับชีวิต (ไม่ได้แนะนำให้ไปเป็นชู้)

หรือ เรียกว่า รักมากกว่า 1 คน ไม่ส่งผลเสียกับคุณภาพชีวิต จะดีกว่า

 

ในวารสาร Social Psychology and personality Science พบว่า การคบกันแบบไม่ผูกมัดนั้น

ส่งผลดีกับบางคู่มากๆ (ต้องเป็นในคู่ที่เป็นไปได้ด้วยนะ)

 

 

ความสัมพันธ์

 

Samantha Joel ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ภาควิชาจิตวิทยา เวเทิร์น กล่าวว่า ไม่พบความแตกต่าง

ของความสัมพันธ์ และ คุณภาพชีวิต ที่ดี หรือ แย่ มากกว่า ทั้งก่อนและหลัง ในความสัมพันธ์แบบ

ไม่ผูกมัด เป็นคำกล่าว ที่ได้รับการบันทึกลงไปในแถลงการณ์

 

และ ที่น่าสนใจยิ่งกว่า คือไม่พบความแตกต่าง ทั้งเรื่องของความสัมพันธ์ และ คุณภาพชีวิต

เมื่อเปรียบเทียบกันระหว่าง 2 กลุ่ม คือ กลุ่มของ อยู่ในความสัมพันธ์แบบปิด กับ แบบเปิด

 

Joel และทีมนักวิจัย ได้ทำการศึกษา และ ติดตามกลุ่มตัวอย่างจำนวน 233 คน

ในคนที่ตั้งใจ จะมีคู่สมรส หรือ คู่รักแค่คนเดียว แต่ยังไม่ได้เกิดขึ้นในตอนนี้

นักวิจัย ได้เปรียบเทียบ ผลลัพธ์ของกลุ่มนี้ ทั้งสองรูปแบบ และ สองผลลัพธ์

คือความสัมพันธ์ทางเพศ และ ความเป็นอยู่ส่วนตัวของเขา ทั้งตอนที่เค้าตั้งใจ

จะเป็นผู้ที่มีคู่รักคนเดียว และ ตอนที่ตัดสินใจ ทำตามความสัมพันธ์แบบไม่ผูกมัด

และยังเปรียบเทียบผู้ที่ ไม่ได้มีรักเดียว และ คู่ที่มีรักเดียวด้วย ตลอดการศึกษา

 

และผลลัพธ์ ผู้ที่มีส่วนในโครงการ CNM กลับมีความพึงพอใจ ในประเด็นทางเพศอย่างมาก

โดยเฉพาะ ผู้ที่ตั้งใจ ทำในประเด็น ความสัมพันธ์แบบเปิดด้วย และมีเป้าหมาย จัดการกับความไม่ลงรอย

กันทางเพศ ในระบบความสัมพันธ์ของพวกเขา

 

และสังคมปัจจุบัน ยังมีความเสี่ยงในการผลักดัน รูปแบบความสัมพันธ์แบบไม่ผูกมัดอยู่มาก

เนื่องจากยังไม่ได้เป็นที่ยอมรับ ในวงกว้าง ทั้งผู้ที่มีความสัมพันธ์ดังกล่าว

ยังอาจจะถูกตีตราได้ว่า เป็นบุคคลที่ไม่ดี และ ยังยอมรับ ในระบบความสัมพันธ์ แบบรักเดียว

ว่าเป็นระบบที่ยังมีคุณภาพ และ ได้ผลดีกว่า แม้ขัดกับงานวิจัยก็ตามที

 

สำหรับบางคู่ ที่สามารถยอมรับได้ ความสัมพันธ์แบบไม่ผูกมัด ไม่ส่งผลกระทบแบบองค์รวม

และยังพิสูจน์ว่า มีผลดีจริงทั้งเรื่องความสัมพันธ์ทางเพศ และ การจัดการปัญหา

แต่แน่นอนละ ความคิดเห็น หรือ ประเด็นศึกษาดังกล่าว ไม่ได้รับการยอมรับ ในหมู่คนมีรักเดียว

แต่การทดลองดังกล่าว ไม่ใช่การให้ผู้ทดลอง ไปจับคู่กับใครมั่วๆ เพราะการทดลองนี้

ได้ทำเงื่อนไข ว่าต้องเป็นบุคคล ที่กลุ่มผู้ศึกษาจัดมาให้เท่านั้น กลุ่มวิจัยได้บอกกับ Global News

 

หากจะให้เปลี่ยนแปลงรูปแบบความคิด ให้ยอมรับได้ ต้องทำให้การยอมรับ ความสัมพันธ์แบบเปิดเผยนั้น

เป็นที่เปิดกว้างกว่านี้ซะก่อน และต้องทำความเข้าใจการใชีชีวิตร่วมกัน ให้อยู่บนพื้นฐาน ของความเข้าใจ

ในรูปแบบ และ สถานะที่ปฏิบัติต่อกันเป็นหลัก แถมยังต้องเข้าใจกลไกของการป้องกันโรคติดต่อ ที่มา

กับเพศสัมพันธ์ ได้เป็นอย่างดีด้วย

 

ผู้ทำการศึกษา ได้รับการตอบสนอง ทางด้านของความสัมพันธ์ว่า การมีคู่รักเพียงคนเดียว เป็นเรื่องที่ถูกต้อง

และ อะไรก็ตาม ที่เป็นการนอกใจนั้น ถือเป็นเรื่องผิด แต่กลุ่มผู้ศึกษามองว่า ความรัก แม้ในรูปแบบ

ของความสัมพันธ์ที่แตกต่างนั้น ไม่ได้มีอะไรที่เป็นเรื่องเลวสุด และ ดีที่สุด

 

สำหรับความสัมพันธ์แบบไม่ผูกมัดนั้น ผู้เชี่ยวชาญเน้นย้ำว่า การที่จะปฏิบัติตามรูปแบบดังกล่าวได้

จำเป็นที่ทั้งสองคน ต้องทำ และ ปรึกษา จนถึงขั้นตกลงกันแบบซึ่งหน้า หมายความถึงว่า

ไม่ใช่แอบไปทำเองตามใจ แล้ว โมเมเอาเองว่า สิง่ที่ตนทำนั้นถูกต้อง ตามหลักของการศึกษา

เพราะเป็นรูปแบบที่ทั้งสองคนต้องยอมรับมันได้ จึงจะนับว่าเข้าเกณฑ์ และ เปิดกว้าง

 

ด้วยความเคารพ และ ความเข้าใจซึ่งกันและกัน ความซื่อสัตย์

ของความสัมพันธ์แบบไม่ผูกมัด หรือ คู่คนเดียว ต้องปฏิบัติต่อกันแบบคนปกติ

 

คุณสามารถทำการแต่งงานกันได้ เฉกเช่น คู่ที่มีความรักแบบคนเดียว แต่ต้องตั้งอยู่บนกฎดังกล่าว

ความเข้าใจ ความซื่อสัตย์ การตกลง การคุยกันแบบเปิดเผย ความเคารพ

ในบางที การที่เริ่มทำแบบความสัมพันธ์แบบไม่ผูกมัด อาจจะต้องเป็นเรื่องของความจริงจัง

ในเรื่องของการพูดคุย ตกลงกัน ไม่ว่าจะเป็นทั้งแบบไม่ผูกมัด หรือ ผูกมัดก็ตาม

 

ความสัมพันธ์

 

 

 

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?

คลิกที่ดาว เพื่อให้คะแนนบทความ

Average rating 0 / 5. Vote count: 0

อ่านจบแล้ว แชร์เลย
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •