การจัดฟัน ความสวยงามที่มาพร้อมกันกลิ่นปาก 

การจัดฟัน ความสวยงามที่มาพร้อมกันกลิ่นปาก 

การจัดฟัน ความสวยงามที่มาพร้อมกันกลิ่นปาก 

ในยุคนี้การจัดฟัน  ไม่ได้เป็น แค่ การรักษาปัญหาช่องปากเท่านั้น แต่ เป็นเหมือน แฟชั่น ที่ ไม่ใช่แค่คนที่มีปัญหา ฟันผิดรูป เท่านั้นแค่การจัดฟัน อาจมีวัตถุประสงค์เพื่อความงามอีกด้วย ดังนั้น การจัดฟันจึงกลายเป็น กระแสความนิยมสูงมาก  และหนึ่งในปัญหาที่ ทำให้ ผู้จัดฟันเกิดความกังวลใจ คือ กลิ่นปากที่เกิดขึ้น หรือ รุนแรงขึ้นหลังจากการจัดฟัน ทั้งที่พยายามรักษาความสะอาด ตามที่ ฑันตแพทย์ผู้ดูแลแนะนำแล้ว ก็ตาม  ไม่ต้องกังวลใจไป

วันนี้ เว็บสุขภาพดีดี เอาเคล็ดลับ ดีๆ มาฝาก แล้ว

 

สาเหตุที่จัดแล้วเกิดกลิ่นปาก

การจัดฟัน  คือการ ติดอุปกรณ์เครื่องมือที่ช่วยในการยึดติดดึงรั้งฟันแต่ละซี ทั่วทั้งช่องปากเป็นเวลาต่อเนี่องติดต่อกันเป็นเวลานานนับปี  เพื่อให้ เกิดการเปลี่ยนเปลงรูปร่างของ ฟัน จัดใหม่ให้เป็นไปตามที่ ฑันตแพทย์ผู้รักษาดูแล ออกแบบไว้ เพื่อแก้ไขปัญหา ช่องปากของ คนไข้แต่ละคน โดยการเพิ่มอุปกรณ์เครื่องมือ ต่างๆ ในช่องปากเหล่านี้ จะยิ่งเพิ่ม จุดที่เข้าถึงยาก ทำให้เกิด เศษอาหาร ติดค้าง จนเกิดแบคทีเรีย จนกลายเป็นกลิ่น เน่า สะสม ยิ่งนานวัน ยิ่งสะสมกลิ่นที่รุนแรงขึ้น เรื่อยๆ

 

ทำไมใช่ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดช่องปากแล้ว ยังมีกลิ่นปากอยู่

ที่เป็น เช่นนั้น เพราะ การใช่ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดช่องปากที่ เป็นสารเคมี ที่ อาจช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียในช่อปาก ได้จริง  แต่ ก็ทำให้เสียสมดุล เพราะในช่องปาก ธรรมชาติได้สร้างความสมดุล ของแบคทีเรียดี ไว้เพื่อกำจัดแบคทีเรียร้าย เพียงแต่ สำหรับผู้ดัดฟัน แบคทีเรียร้าย มีจำนวนเยอะเกินกว่าที่แบคทีเรียจะกำจัดได้ทัน จึงทำให้เกิดกลิ่นปาก ขึ้น 

แต่หาก ใช่ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดช่องปากที่ เป็นสารเคมี จะช่วย กำจัดกลิ่นปากได้เพียง เวลาสั้น ๆ เท่านั้น เมื่อ ช่องปาก ไม่มีแบคทีเรียดีๆ แล้ว แบคทีเรียร้ายจะยิ่งก่อตัวกันอย่างรวดเร็ว ทำให้กลิ่นปากกลับมา รุนแรงกว่าเดิม 

 

ใช้ธรรมชาติดูแล ช่องปาก  กำจัดแบคทีเรียร้าย และไม่ทำร้ายแบคทีเรียดี

ในตำรา การแพทย์โบราณ มีการระบุ ถึง คุณประโยชน์ของ น้ำมัน ชนิดนึงไว้ว่า คนโบราณ ได้ใช่น้ำมันชนิดนี้ เพื่อกลั่วปากทำความสะอาดช่องปาก เพื่อรักษาฟัน กำจัดกลิ่นปาก และ บำบัดรักษาโรคต่างๆ น้ำมันนั้นคือ น้ำมันมะพร้าวนั้นเอง

 

น้ำมันมะพร้าว ( Coconut Oil ) อุดมด้วยกรดลอริก ซึ่งเมื่อสัมผัสกับเอนไซม์ในน้ำลาย จะแตกตัวเป็นโมโนกลีเซอไรด์ ชื่อว่า โมโนลอริน ซึ่งมีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อโรคที่ทำงานร่วมกับกรดไขมันขนาดกลางอื่นๆ อีก 3 ชนิด คือ กรดคาปริก กรดคาปริลิก กรดคาปริโอนิก กรดไขมันเหล่านี้ สามารถฆ่าเชื้อโรคได้ และ ช่วยให้สุขภาพปากและฟันดีขึ้นด้วย

 

ความเชื่อเรื่อง การลดกลิ่นปากด้วย น้ำมัน มะพร้าว เริ่มต้น ตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว โดยมีบันทึก ในตำราแพทย์แผนโบราณ ของ ของประเทศอินเดีย มีวิธีการใช้น้ำมันมะพร้าว ( Coconut Oil ) อมไว้ภายในปาก เนื่องจากในปากของเราเต็มไปด้วยเชื้อแบคทีเรียจำนวนมหาศาล การแปรงฟันเพียงอย่างเดียวไม่สามารถช่วยกำจัดเชื้อเหล่านี้ออกไปได้หมด โดยเฉพาะตามซอกฟันและซอกเหงือก แม้จะพยายามทำความสะอาดด้วยขนแปรงแค่ไหน ก็ยังต้องมีบางส่วนในช่องปากที่ไม่สามารถเข้าถึงได้

ซึ่งวิธีการ จากตำรา การแพทย์โบราณของอินเดีย สืบต่อ แพร่กระจาย จนมาถึงปัจจุบัน ซึ่งในปัจจุบัน เราเรียก วิธีการนี้ว่า OIL PULLING

 

หลักการทำงานของ OIL PULLING  (ออยล์พูลลิ้ง) 

ในความเป็นจริงการทำออยล์พูลลิ่งไม่ได้เป็นตัวรักษาโรคโดยตรง แต่มีหน้าที่กำจัดต้นตอของการเกิดโรค นั่นก็คือเชื้อแบคทีเรียภายในช่องปาก ที่จะส่งผลกระทบต่อร่างกายและกลิ่นปากอันไม่พึงประสงค์ สามารถอธิบายได้อย่างง่ายๆ คือเชื้อโรคที่พบในช่องปากล้วนเป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวขนาดเล็กมากจนตาเปล่าไม่สามารถมองเห็นได้

 

ขั้นตอนการทำ OIL PULLING (ออยล์พูลลิ้ง)  โดยใช้น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น

  1. ทำขณะที่ท้องว่าง จะดื่นน้ำก่อนหรือไม่ก็ได้
  2. ใช้น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ สกัดเย็น ประมาณ 2-3 ช้อนชา อมไว้ในปาก 
  3. ค่อยๆ ดูดๆ ดันๆ และ ดึงๆ ให้น้ำมันไหลผ่านฟันและเหงือก น้ำมันที่เคยใสๆ จะ ขุ่นหรือ มีสีเหลือง เคลื่อนน้ำมันไปทั่วๆ ปาก อย่างต่อเนื่อง เป็นเวลาประมาณ 10 -15 นาที ระวัง ห้ามกลืนน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นโดยเด็ดขาด เพราะน้ำมันจะดูดซึมแบคทีเรียและสิ่งสกปรก ผสมรวมกันกลายเป็นสีเหลืองขุ่น หากกลืนลงไปเชื่อแบคทีเรียอาจไปสะสมอยู่ในร่างกายอยู่ได้
  4. บ้วนน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นทิ้ง จากนั้นล้างปากด้วยน้ำเกลือหรือน้ำสะอาด แล้วแปรงฟันตามปกติ
  5. ทำอย่างเช่นนี้ อย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง 

นอกจาก สุขภาพช่องปากจะดีขึ้น กลิ่นปากลดลงอย่างเห็นได้ชัดแล้ว การทำ OIL PULLING (ออยล์พูลลิ้ง)   ยังสามารถ ช่วยให้สุขภาพ ด้านอื่นๆ ดีขึ้นได้อีกด้วย

 

 

ผลลัพธ์ที่ได้จากการทำ OIL PULLING (ออยล์พูลลิ้ง) โดยใช่น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น สำหรับ การจัดฟัน

  1. สุขภาพในช่องปากดีขึ้น 
    • ไม่มีกลิ่นปาก ลมหายใจสะอาดหอมสดชื่น
    • ฟันขาวขึ้น
    • ฟันแน่นขึ้นไม่โยกคลอน
    • ฟันผุ ลดลง
    • เหงื่อกอักเสบ ลดลง 
    • เลือดออกตามไรฟันลดลง
  1. สุขภาพผิวหนังดีขึ้น
    • ผิวหนังอักเสบลดลง
    • โรคเรื้อรัง อย่าง โรคเรื้อนกวางลดลง
    • สิวอักเสบ ลดลง
    • รังแค ลดลง
  1. สุขภาพทางเดินอาหารดีขึ้น
    • ท้องผูกลดลง การขับถ่ายดีขึ้น
    • อาการแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบ อาการดีขึ้น
  1. สุขภาพ ด้านอื่น ๆ ดีขึ้น 
    • ภูมิคุ้มกันดีขึ้น อาการไซนัส แพ้อากาศลดลง
    • หลอดลมอักเสบ ลดลง
    • การอ่อนเพลีย เรื้อรังลดลง
    • ความดันอยู่ในระดับปกติ
    • อาการปวดประจำเดือน ลดลง 

 

แค่เรากำจัด ปริมาณ แบคทีเรียตัวร้ายในช่องปาก  ให้ลดลง โดย ไม่ใช่สารแคมีอันตราย ทำให้เสียสมดุลธรรมชาติไป นั้น ไม่เพียงแต่จะ ช่วยกำจัดกลิ่นปากเท่านั้น ยังช่วย ส่งผลดีต่อ สุขภาพ ด้านอื่นๆ ได้ทั้งร่างกายอีกด้วยค่ะ แต่หากเราจะเลือก น้ำมันมะพร้าวสะกดเย็น มาดูแลสุขภาพ ก็ควรจะเลือก ผลิตภัณฑ์ที่ ดี วันนี้ เราก็มีวิธี เลือก น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น  คุณภาพสูงมาฝาก กันด้วย

 

วิธีเลือกน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ที่ดี 

1.สี

     น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นที่ดีมีคุณภาพ จะต้องมีความใส ไม่มีสี มีลักษณะใกล้เคียงกับน้ำ ลักษณะโปร่งแสง ถ้าหากมีสีเหลืองแสดงว่ามีการผลิตที่ไม่ดี โดยอาจมีการใช้ความร้อนในการผลิตหรือมีเชื้อจุลินทรีย์ปนเปื้อนในกระบวนการทำให้น้ำมันเปลี่ยนสี

 

2.กลิ่น

     น้ำมันมะพร้าวที่ดีมีคุณภาพ ควรมีกลิ่นหอมของมะพร้าว ไม่มีกลิ่นเหม็นหืนหรือเปรี้ยว แม้ว่าจะมีการเปิดใช้หลายครั้งแล้ว เนื่องจากวิตามินอีในธรรมชาติซึ่งเป็นตัวป้องกันการหืนสลายตัวและด้วยกระบวนการผลิตที่หลีกเลี่ยงการใช้ความร้อนจะทำให้คงสภาพมากที่สุด แต่ด้วยกระบวนการผลิตในบางยี่ห้อ อาจมีการดัดแปลงโดยใช้น้ำหอมสังเคราะห์กลิ่นมะพร้าวหรือกลิ่นมะพร้าวน้ำหอมลงไป ทำให้มีกลิ่นหอมมากในตอนเปิดขวดแรก ๆ แต่หลังจากนั้นความหอมจะจางลง ทำให้อายุของน้ำมันมะพร้าวอยู่ได้ไม่นาน

 

3.สังเกตสัญญาลักษณ์ ต่างๆ

โดยเฉพาะ ได้รับการยืนยัน ในระดับโลก ซึ่ง เป็น สิ่งที่ยืนยัน การตรวจสอบ ที่เข้มขวดเรื่องความปลอดภัย และความบริสุทธ์ ของสินค้าธรรมชตาติ  ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้เราว่า  เป็นน้ำมะพร้าว สกัดเย็น จากแหล่งผลิต ที่เป็นออแกนิคที่ได้ สะอาดปลอดภัย ปราศจากสารเคมี ทุกกระบวนการ  ตั้งแต่การปลูก จน ถึง การบรรจุภัณฑ์ 

 

โดยตราสัญญาลักษณ์ที่เรา ต้องสังเกต มี ดังนี้

1.ตรามาตรฐานระบบเกษตรอินทรีย์สหภาพยุโรป (EU) 

การแสดงตรามาตรฐานเกษตรอินทรีย์สหภาพยุโรปที่ถูกต้องEU_organic_farming_logo_sจะต้องมีเลขรหัสหน่วยงานที่ทำการตรวจรับรองของสหภาพยุโรป ซึ่งระบุประเทศของหน่วยงานผู้ตรวจรับรองกำกับไว้ พร้อมกับระบุประเทศแหล่งที่มาของสินค้าอินทรีย์นั้นๆ ไว้ใต้ตรามาตรฐานด้วย (ดูตัวอย่าง ตรามาตรฐาน EU ของ มกท. ด้านขวามือ) สหภาพยุโรปยังไม่อนุญาตให้ใช้คำว่า 100% Organic หรือ อินทรีย์ 100% บนฉลากสินค้าด้วย ระบบมาตรฐานเกษตรอินทรีย์อื่นที่สหภาพยุโรปยอมรับ ได้แก่ ระบบมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แคนาดา (เฉพาะที่ผลิตในประเทศแคนาดา) และระบบมาตรฐานเกษตรอินทรีย์สหรัฐอเมริกา (เฉพาะที่ผลิตในประเทศสหรัฐอเมริกา)

และ 

 

2.ตรามาตรฐานระบบเกษตรอินทรีย์สหรัฐอเมริกา (National Organic Program – NOP)

แผนงานเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ (NationalOrganic Program – NOP) ดำเนินงานภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกา (United States Department of Agriculture – USDA) โดยระบบการตรวจรับรองเกษตรอินทรีย์นี้เริ่มใช้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 ?ระบบมาตรฐานเกษตรอินทรีย์อื่นที่ประเทศสหรัฐอเมริกายอมรับ

 

 

 

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?

คลิกที่ดาว เพื่อให้คะแนนบทความ

Average rating 0 / 5. Vote count: 0

อ่านจบแล้ว แชร์เลย
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •