กินจุกจิก ไม่ดี พบ 6 วิธี หยุดกินจุกจิก

กินจุกจิก ไม่ดี พบ 6 วิธี หยุดกินจุกจิก

กินจุกจิก ไม่ดี พบ 6 วิธี หยุดกินจุกจิก

อาหารหลัก ไม่ใช่ ต้นเหตุของความอ้วนแต่ผู้ร้ายเพิ่มพุงตัวจริงคือ อาหารมื้อย่อยๆ  ระหว่างมื้อนี้หล่ะ ที่ เป็นตัวร้ายตัวจริง นิสัยกินจุบจิบ (Frequent Eating) หรือ การกินบ่อย มองหาของว่างระหว่างมื้อตลอดเวลา บางคนอาการหนัก พึ่งผ่าน มื้อหลักมาไม่ถึง 1   ชั่วโมง ก็ เกิดอาการหิวอีกแล้ว

วันนี้ สุขภาพดีดี มี เทคนิคง่ายๆ แต่ได้ผลดี มา ช่วยหยุด นิสัย กินจุกจิก แบบได้ผล มาแบ่งปัน ทุกคน

ก่อนจะไป รู้วิธีแก้ไข เรามาเข้าใจนิสัยกินจุกจิกกันก่อน

 

หิวบ่อย เกิดจากอะไร (EXCESSIVE HUNGER)?

สาเหตุหลักเกิดจากการกินอาหารครับ เช่น ในช่วงลดน้ำหนักถ้าเรากินน้อยเกินไป ร่างกายก็จะหลั่งฮอร์โมนหิว (ฮอร์โมนเกรอลิน) ออกมามากขึ้น เพื่อที่จะกระตุ้นให้เรากินอาหารเข้าไปอีกอย่าง อาหารหรือเครื่องดื่มที่มีคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว (Simple Carbohydrate) เช่น โดนัท เค้ก ข้าวขาว น้ำตาล น้ำอัดลม และขนมหวาน ก็มีส่วนกระตุ้นให้เกิดความอยากอาหารได้เหมือนกัน

อาหารเหล่านี้จะกระตุ้นให้ระดับน้ำตาลในเลือดและฮอร์โมนอินซูลิน พุ่งสูงขึ้นและลดลงอย่างรวดเร็ว ข้อเสียที่ตามมาคือ เราจะหิวบ่อย เสี่ยงที่จะมีภาวะดื้อต่อฮอร์โมนอินซูลิน (Insulin Resistance) และโรคเบาหวานด้วย

ดังนั้นต้องก้าวแรก เราต้องแก้ด้วยการสลับอาหาร เช่น การผสมข้าวขาวกับข้าวกล้องในอัตราส่วน 1:1 หรือ 2:1 เพราะข้าวกล้องมีเส้นใยอาหารสูงกว่า ซึ่งจะช่วยลดความอยากอาหารลงได้ 

เข้าใจ หลักการแล้ว มา ดู เทคนิค ที่ช่วยให้ หยุด นิสัย กินจุกจิก กันเลย

 

1.กินก่อนออกบ้าน (EAT FIRST)

เหตุผลที่เราควรรองท้องก่อนออกจากบ้าน คือ เมื่อความหิวลดลง อารมณ์ที่อยากจะกินของไม่ดีก็น้อยลงไปด้วย

มีงานวิจัยที่สังเกตพฤติกรรมการกิน ของคนที่จ่ายเงินเข้ามากินบุฟเฟต์พบว่า กว่า 90% ของผู้เข้าร่วมทดลอง เลือกกินอาหารหลักๆแค่ 2-3 อย่างเท่านั้น เพราะเมื่อท้องอิ่มแล้ว ก็ไม่คิดอยากจะกินอาหารอย่างอื่นอีก

ดังนั้น เราอาจจะนำเทคนิคนี้ไปปรับใช้ ด้วยการกินอาหารคลีนก่อนออกจากบ้านอันดับแรก พอเราอิ่มท้องไปบ้างแล้ว ความอยากที่จะกินอาหารขยะก็จะน้อยลง

ใครที่ไม่มีเวลา ก็ควรหาซื้อของว่างติดบ้านไว้เลย โดยเฉพาะผลไม้สด เช่น แอปเปิ้ล สาลี่ มะม่วง และฝรั่ง เป็นต้นครับ

 

2.งดดูรายการทำอาหาร (NO COOKING SHOW)

สิ่งแวดล้อมรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นทีวี เพื่อน หรืออาหารที่วางในบ้าน ล้วนเป็นสิ่งยั่วยุให้เกิดความหิวได้ทั้งนั้น รายการทำอาหาร (Cooking Show) ก็เป็นอุปสรรคต่อเป้าหมายในการลดน้ำหนักของเราได้เหมือนกัน

อาหารส่วนใหญ่ที่นำมาแสดงในรายการ เป็นอาหารที่น่ากินมากๆ และบาางเมนูก็เป็นเมนูหายากอีกต่างหาก ยิ่งพิธีกรชิมและสาธยายรสชาติความอร่อยให้เราดูอีก

แหมไม่ใช่พระอิฐพระปูน ไม่มีใครดูแล้วจะอยู่นิ่งได้หรอกครับ ต้องมีโดนแน่ๆนักวิจัยยังพบอีกว่า คนที่ดูรายการทำอาหารในทีวี นอกจากจะเสี่ยงที่จะอยากกินอาหารในทีวีแล้ว

พวกเขาก็มักจะมีของกินไว้ใกล้มือเพื่อเพิ่มอรรถรสในการชมด้วย เพราะฉะนั้นเปลี่ยนช่องตอนนี้เลย

 

3.ลดขนาดภาชนะลง (SIZE MATTERS)

มีเรื่องแปลกๆหลายอย่างเกี่ยวกับการทำงานของสมองของเรา และหนึ่งในนั้น คือ สมองเราจะกินน้อยลง ถ้าเราลดขนาดภาชนะที่ใส่อาหารลง

งานวิจัยที่มีผู้เข้าร่วมทดลองเป็นคนที่ซื้อตั๋วเข้าไปกินบุฟเฟต์อาหารจีน หลังจบการทดลองพบว่า กลุ่มที่ใส่อาหารด้วยภาชนะที่ใหญ่กว่า ตักอาหารมากกว่าอีกกลุ่มถึง 52% และกินมากกว่าอีก 45%

 

4.เลือกขนาดเล็กไว้ก่อน (SMALL PORTION)

เคยเป็นเหมือนกันไหม? แกะขนมมากะว่าจะกินให้หายอยากสัก 1-2 ชิ้น เผลอแป๊บเดียว ขนมห่อบักเขื่องนั้นหายไปไหนแล้ว?

นักวิจัยได้ทำการทดลองโดยการแจกป๊อปคอร์นในโรงหนัง ซึ่งป๊อปคอร์นในการทดลองนี้ จะแบ่งออกเป็น 2 รส คือรสหวาน และ รสจืด ขนาดก็มี 2 ขนาด เหมือนกัน นั่นคือ ขนาดกลางและใหญ่ ตามลำดับ

หลังจบการดูหนัง นักวิจัยพบว่า คนที่ได้ป๊อปคอร์นชุดใหญ่กินเข้าไปเยอะกว่าคนที่ได้ชุดกลางถึง 45% และที่น่าทึ่งไปกว่านั้นคือ กลุ่มคนที่ได้ป๊อปคอร์นรสจืดชุดใหญ่ไป ก็ยังกินเยอะกว่าอีกกลุ่มถึง 33% (ไม่อร่อยยังฝืน)

รู้อย่างนี้แล้ว ซื้อของกินครั้งต่อไป ถ้าพนักงานถามว่า เอา Size ไหนดี?” ให้เลือกเล็กไว้ก่อน

 

5.น้ำมันมะพร้าว ช่วยได้

เพราะในน้ำมันมะพร้าวจะเป็นแบบสายกลาง (Medium-chain Triglycerides: MCTs)ซึ่ง MCTs Oil เมื่อกินเข้าไปแล้ว ตับจะสามารถเปลี่ยนไปเป็นพลังงานที่ร่างนำไปใช้ได้ทันที ซึ่งจะต่างกันกับไขมันอิ่มตัวชนิดอื่น ที่อาจจะทำให้ร่างกายสะสมไขมันมากขึ้น โดยเฉพาะไขมันหน้าท้อง ดังนั้นเมื่อทานน้ำมันมะพร้าวเพียง 1-2 ช้อนชา ก็ทำให้รู้สึกอิ่มได้ นาน จน ลืม ความหิวระหว่างมื้อไปเลย

 

6.กินช้าลง 

ขนาดช้อนที่เราใช้ก็มีผลต่อพฤติกรรมการกินเหมือนกัน เหตุผลเพราะเราควรลดขนาดคำข้าวลง และเคี้ยวให้นานขึ้น เราควรตั้งเป้าไว้ที่ประมาณ 20-30 ครั้ง ต่อคำการเคี้ยวอาหารก่อนกลืน จะช่วยให้ท้องสื่อสารกับสมองได้ดีขึ้น และเรายังจะพอใจกับอาหารที่กินมากขึ้นด้วย นิสัยกินจุบกินจิบ คือ อุปสรรคสำคัญในการลดน้ำหนัก เพราะเรามักจะกินเยอะและบ่อยเกินความจำเป็น ลองนำเอาเทคนิคดีจากบทความนี้ไปปรับใช้ รับรองว่ากำจัดความหิวได้อยู่หมัดแน่นอน

 

สนใจน้ำมันมันพร้าวสกัดเย็น Maxxlife เพื่อสุขภาพ คลิก

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?

คลิกที่ดาว เพื่อให้คะแนนบทความ

Average rating 0 / 5. Vote count: 0

อ่านจบแล้ว แชร์เลย
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •