แคลเซียม ไม่เพียงพอต่อการบำรุง”กระดูก”อีกต่อไป

แคลเซียม ไม่เพียงพอต่อการบำรุง”กระดูก”อีกต่อไป

แคลเซียม ไม่เพียงพอต่อการบำรุง”กระดูก”อีกต่อไป

สุขภาพดี ใครๆ ก็อยากมี แต่การจะมีสุขภาพที่ดี ไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งในยุคปัจจุบันที่ชีวิต มีแต่ความรีบเร่งแทบไม่มีเวลาที่จะดูแลตัวเอง โดยเฉพาะกับ คนหนุ่มสาว ที่อยู่ในวัยทำงาน

ต่างก็ต้องทุ่มเทกับหน้าที่การงาน การเดินทาง การทำงานบ้าน ดูแลลูกๆ และ คนในครอบครัว หันมามองตัวเราอีกครั้งก็อาจจะ ในวันที่ร่างกายทรุดโทรม ซี่งอาจจะช้าเกินไป

 

หลายคนที่เข้าใจในเรื่องนี้ รู้ว่าเวลาที่มี มีน้อยมาก ก็พยายามสรรหาวิธีการ อาหารเสริม ที่จะมาช่วยดูแลสุขภาพ ในมุมต่างๆ ต่างมิติ ต่างบุคคล ทั้งอาหารที่ดี สารอาหารที่มีประโยชน์ แร่ธาตุที่จำเป็น หรือวิตามินที่ขาดไม่ได้ ยังคงเป็นสิ่งที่ร่างกายมนุษย์ต้องการ ซี่งหากนึกถึงเรื่องกระดูก หรือ ฟัน ที่เสื่อมไปพร้อมการใช้งานทุกๆวัน หนี่งในสารอาหาร ที่เรานึกถึงเป็นลำดับแรกๆ ในการดูแล คือ แคลเซียม

หลายๆคนอาจจะเลือกที่จะดื่มนม เพื่อหวังว่า แคลเซียมในนม จะเสริมแคลเซียมทำให้กระดูกแข็งแรง  ซึ่งก็มีผลิตภัณฑ์ที่เสริมเพิ่มแคลเซียม ให้เลือกในท้องตลาดมากมาย และ มีวางจัดจำหน่ายมาหลายสิบปี

แต่ทำไม เราจึงพบ ผู้ป่วยโรคกระดูกพรุน หรือ โรคที่มีที่มาจากการขาดแคลเซียมให้ได้ยินอยู่เรื่อยๆ นั้นเป็นเพราะ ความเข้าใจผิดเรื่องการเสริมแคลเซียม  จึงทำให้เสริมเท่าไหร่ก็ ไม่เคยเพียงพอ

 

สุขภาพดีดี มีข้อมูลที่ช่วยให้เข้าใจ ว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น และ จะมาแนะนำวิธีการ เสริมแคลเซียม ให้เพียงพอ ต่อการบำรุงกระดูก ให้เพียงพอ และ ปลอดภัย 100% 

 

เรียนรู้ความสำคัญของแคลเซียม

ศาสตราจารย์ ดร.นพ.นรัตถพล เจริญพันธุ์เมธีวิจัยอาวุโส สกว. หัวหน้าหน่วยวิจัยด้านแคลเซียมและกระดูกคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า แคลเซียมเป็นแร่ธาตุที่มีความสำคัญต่อร่างกายทุกระบบ ไม่ว่าจะเป็น ระบบหัวใจและหลอดเลือด ระบบประสาท รวมถึงการหดตัวของกล้ามเนื้อและการส่งสัญญาณภายในเซลล์ แคลเซียมกว่าร้อยละ 99 เก็บสะสมภายในกระดูกทั่วร่างกาย จึงใช้ตัวชี้วัดที่เรียกว่า “ความหนาแน่นของกระดูก” รวมถึงคาดการณ์ถึงความแข็งแรงและความเสี่ยงที่จะเกิดกระดูกหัก ที่สำคัญคือ มีหลายโรคที่พบบ่อยในผู้สูงอายุที่ลดการสร้างกระดูกแต่กระตุ้นการสลายกระดูก ทั้งความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันสูงในเลือด โรคอ้วน เป็นต้น (ข้อมูลจาก กรมอนามัย)

 

อันตรายจากการทานแคลเซียม “น้อยเกินไป”

กระดูกจะมีความหนาแน่นสูงสุดที่อายุประมาณ 30 ปี และจะค่อนข้างคงที่อีก ประมาณ 15-20 ปี จากนั้นจะเริ่มลดลงโดยเฉพาะในผู้หญิงที่ขาดฮอร์โมนเอสโตรเจนหลังหมดประจำเดือน หากเรารับประทานแคลเซียมไม่เพียงพอ กระดูกจะเริ่มสูญเสียแคลเซียมอย่างรวดเร็วจนเกิดกระดูกพรุน และกระดูกหักได้ ปัจจัยที่ทำให้ผู้สูงวัยกระดูกพรุน ทั้งจากอายุที่มากขึ้น โรคในผู้สูงอายุทั้งความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันสูงในเลือด อ้วน และโรคทางเมตาบอลิซึม เป็นต้น

 

เราควรทานแคลเซียมเสริมหรือไม่

ปัจจุบันคนไทยโดยทั่วไปรับประทานแคลเซียมต่อวันไม่ถึงปริมาณที่แนะนำ (800 มิลลิกรัม สำหรับผู้ใหญ่) การพัฒนาอาหารเสริมแคลเซียมหรือผลิตภัณฑ์เสริมแคลเซียมที่ดูดซึมได้ดีจึงจำเป็น และยังเป็นทางเลือกในการเสริมแคลเซียมสำหรับผู้ที่จำเป็นต้องได้รับแคลเซียมเสริมตามข้อบ่งชี้ของการรักษาและป้องกันโรคอีกด้วย

แคลเซียม เพียงอย่างเดียวกลับไม่เพียงพอ ต่อการบำรุงกระดูกอีกต่อไป  เพราะร่างกายจะไม่สามารถนำแคลเซียมไปใช้งานได้ ถ้าขาดผู้ช่วยที่ดี อย่าง แมกนีเซียม มีผลการวิจัย ยืนยันว่า ถ้ามีการรับประทาน แมกนีเซียมควบคู่กับแคลเซียม จะช่วยเพิ่มมวลกระดูกและลดอัตรการเป็นโรกกระดูกพรุน กระดูกแตก และ ฟันผุลงได้อย่างมาก 

 

แคลเซียม

 

เลือก แคลเซียม ให้ดี เลือกไม่ดี มีแต่โทษไม่เกิดประโยชน์

การเลือก รับประทาน แคลเซี่ยมในรูปแบบ ที่ร่างกายสามารถดูดซึมได้ ก็เป็นสิ่งที่สำคัญ มากๆ เพราะแคลเซียม ในรูปแบบอาหารเสริมที่วางจำหน่ายทั้วไป มักเป็น แคลเซียมในรูปแบบ ที่เป็นสารอนินทรีย์ เช่น แคลเซี่ยมคาร์บอเนต  ซึ่งนอกจากร่างกายจะนำไปใช้ประโยชน์ได้น้อยแล้ว ยังจะทำให้เกิดโทษแก่ร่างกายอีกด้วย 

 เมื่อบริโภคเข้าไปแล้ว แคลเซียมคาร์บอเนต จะเข้าไปจับตัวกันและเกาะติดในบริเวณที่ร่างกายไม่ต้องการแคลเซียม เช่า หัวใจ ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคเส้นเลือดในหัวใจอุดตัน และ ให้เกิดโรคหัวใจ ในที่สุด

 

บทความเกี่ยวกับ หินปูนที่เกาะที่หัวใจ จาก เว็บไซด์ โรงพยาบาล เกษมราษฎร์

หินปูนมาจากไหน

แคลเซียม หรือหินปูนที่หัวใจนี้ เกาะอยู่ที่ผนังหลอดเลือด ที่ลิ้นหัวใจ หรือที่เยื่อหุ้มหัวใจ  ที่ควรระวังคือหินปูนที่เกาะที่ผนังหลอดเลือดที่นำเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ ซึ่งเกิดจากการเสื่อมสภาพของหลอดเลือดแดง และจะเกิดขึ้นก่อนเกิดอาการของโรคหัวใจนานหลายปี จากการศึกษาพบว่าปริมาณแคลเซียมนี้สามารถทำนายโอกาสเกิดโรคหัวใจขาดเลือดได้ นอกเหนือจากปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ เช่นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง หรือการสูบบุหรี่  ภาวะแคลเซียมเกาะที่หลอดเลือดนี้ จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิด กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันจากหลอดเลือดอุดตันเฉียบพลัน” 

ดังนั้น การเลือกทาน แคลเซียมที่อยู่ในรูปแบบของ “อะมิโนแอซิดคีเลต” ซึ่งเป็นแคลเซียม ที่ ร่างกายสามารถดูดซึมได้มากถึง 76% ร่างกายจะดูดซึม แคลเซียมที่อยู่ในรูปแบบของ “อะมิโนแอซิดคีเลต” ได้ดี เพราะ แคลเซียมที่อยู่ในรูปแบบ อะมิโนแอซิดคีเลต ทำให้ ร่างกายเข้าใจว่า สิ่งที่ดูดซึมเข้าไปนั้น คือ กรดอะมิโน (โปรตีน) ร่างกายจะสามารถดูดซึมได้ในช่วงกระบวนการดูดซึมสารอาหารที่ยาวนานกว่า นั้นเอง เพราะปกติ ร่างกายจะดูดซึ่มแคลเซียม หรือแร่ธาตุต่างๆ ได้ ยากมาก  เพราะ ช่วงอวัยวะ ที่ร่างกายใช่ในการดูดซึ่มแคลเซียม มีแค่เพียง ลำไส้เล็กช่วงต้น ที่มีความยาวเพียง  10-12 นิ้ว เท่านั้น  หาก แคลเซียม หลุดพ้น ช่วงนี้ไป ร่างกายก็จะขับออก จึงทำให้ การทาน แคลเซียมในรูปแบบอื่นๆ ทำให้เกิดผลข้างเคียง ที่สังเกต ได้ ในทันทีหลังจาก ทานแคลเซียม คือ เกิดการท้องผูก เพราะ แคลเซียมที่ไม่ถูกดูดซึม จะร่วมตัวกับ อุจจาระทำให้ อุจจาระแข็ง เป็นก้อน นั้นเอง 

 

แมกนีเซียม ผู้ช่วย ที่สำคัญในการ ดูแลกระดูก 

หาก ทานแคลเซียม อะมิโนแอซิดคีเลต  คู่ควบคู่กับ การทาน  แมกนีเซียม อะมิโนแอซิดคีเลต   

แคลเซียมจะทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีมากขึ้น โดยการดูดซึม เข้าไปในอวัยวะที่ต้องการแคลเซี่ยม เช่นกระดูแลและฟัน ได้สูงมากกว่าการแทนแคลเซียมเพียงอย่างเดียว ถึง 76%

และ ทื่สำคัญ แมกนีเซียม อะมิโนแอซิดคีเลต ก็จะเข้าไปพลักดันแคลเซียมให้ออกจากระแสเลือด และ อวัยวะต่างๆ ที่ไม่ต้องการแคลเซี่ยม เช่น หัวใจ หลอดเลือด 

ดังนั้น การทานแคลเซียม อะมิโนแอซิดคีเลต คู่ควบคู่กับ การทาน แมกนีเซียม อะมิโนแอซิดคีเลต จะทำได้ทั้งผลัก ให้แคลเซียมเข้าไปที่กระดู และ ฟัน และ กัน ไม่ให้แคลเซียมเข้าไปสะสมในหลอดเลือด และอวัยวะอื่นๆ ที่ไม่ต้องการแคลเซียมดีอีกด้วย

 

เคล็ดลับ การเลือก แคลเซียม ที่ดี เพื่อบำรุงกระดูก ฟัน และ ไม่ก่อให้เกิดอันตรายกับ ส่วนอื่นๆ 

  1. ต้องเลือก แคลเซียม และ แร่ธาตุประกอบอื่นๆ ในรูปแบบ อะมิโนแอซิดคีเลต   ที่ร่างกายดูดซึมได้มากกว่า แร่ธาตุเท่าไปถึง 76-80% 
  2. เลือก สูตรที่มี ปริมาณ แคลเซียม และ แม็กนีเซียม ที่เท่ากัน ในปริมาณที่มากพอ ต่อการ ดูแลสุขภาพ คือ ไม่น้อยกว่า 1.5 กรัม 
  3. มีแร่ธาตุอื่น ที่สำคัญต่อการดูแลกระดูกและฟันอย่างเพียงพอ เช่น ซิ้งค์ ซีลิเนียม คอปเปอร์ แมงกานีส โครเมียม 
  4. มีรสอร่อยทานง่าย ในรูปแบบ น้ำผลไม้ ยิ่งมีรส เปรี้ยวๆหวานๆ ยิ่งดี ทำให้ทานได้ต่อเนื่อง ยิ่งทำให้เห็นผลชัดเจน
  5. มีแพ็คเกจที่พกพาง่าย ทำให้ไม่ลืมทาน ทานได้ทุกทีทุกเวลา

 

 

แคลเซียม

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?

คลิกที่ดาว เพื่อให้คะแนนบทความ

Average rating 2.3 / 5. Vote count: 3

อ่านจบแล้ว แชร์เลย
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •