ทริคลดน้ำหนัก “INTERMITTENT FASTING”

ทริคลดน้ำหนัก “INTERMITTENT FASTING”

ทริคลดน้ำหนัก

Intermittent Fasting

เรามาถึงยุคที่การลดน้ำหนัก สามารถช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกายได้

เพิ่มความจำ และ ลดโรคได้อีกด้วย ซึ่ง ทริคนี้ติดเทรนด์มาสักพัก

ในประเทศไทยแล้ว และนับวันก็ยิ่งเป็นที่นิยมมากขึ้น

วันนี้เราเลยจะมาแนะนำให้ทุกคนรู้จักกับ

ทริคลดน้ำหนัก Intermittent Fasting (IF)

หนึ่งใน วิธีลดน้ำหนักสุดฮิต แบบเจาะลึกกัน!

 

 

ทริคลดน้ำหนัก Intermittent Fasting (IF)

คนที่น้ำหนักเกิน ก็ล้วนต้องการอยากจะมีน้ำหนักลดทั้งนั้น

แต่ประเด็นคือ ขี้เกียจออกกำลังกาย แต่อยากมีหุ่นสวยกระชับ ไม่โทรม ผิวพรรณเปล่งปลั่ง

นี่เป็นปัญหาใหญ่สุด ในการลดน้ำหนัก เราเลยมีทริคง่ายๆ

ที่จะช่วยให้ระบบเผาผลาญ ในร่างกายทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

ซึ่งจะทำให้คุณ ลดน้ำหนัก อย่างไรก็ตาม ยังมีทริคลดน้ำหนัก

ที่เหมาะกับคนขี้เกียจออกกำลังกาย แต่ไม่อยากเสียเงิน

หรือเจ็บตัวมาบอกอยู่เหมือนกัน

 

นั้นก็คือทริคลดน้ำหนัก Intermittent Fasting (IF)

เป็นทริคสำหรับมือใหม่ หัดลดน้ำหนัก ในช่วงที่เราทำทริคลดน้ำหนักอยู่

เราอยากบอกว่าการทำ Intermittent Fasting (IF)

จะไม่ทำให้ร่างกายขาดสารอาหารเลย ตราบใดที่เรากินอาหารให้พอดี

และเน้นกินอาหารที่ใกล้เคียงกับธรรมชาติ ต่อมาถ้าเพื่อนๆคนไหนกินอาหารเสริมพร้อมกับการทำ IF

เราต้องมาดูค่ะว่า อาหารเสริม ตัวไหนบ้างที่จะทำให้เราหลุด Fast

หรือ ชนิดไหนที่กินตอนท้องว่างได้ และชนิดไหน ที่ต้องกินพร้อมอาหารเท่านั้น

 

 

ผลลัพธ์ที่ได้จากการทำ Intermittent Fasting (IF)

  1. เปลี่ยนการทำงานของเซลล์ ยีน และ ฮอร์โมนให้ดีขึ้น
  2. ช่วยลดพุง และลดน้ำหนัก
  3. ช่วยลดอาการดื้ออินซูลิน & ลดความเสี่ยงโรคเบาหวาน
  4. ช่วยต้านอนุมูลอิสระ และลดอาการอักเสบ
  5. ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ
  6. ช่วยซ่อมแซมเซลล์ ภายในร่างกาย
  7. ช่วยลดความเสี่ยง และชะลออาการ ของโรคมะเร็ง
  8. ช่วยให้สมองทำงานดีขึ้น
  9. ช่วยลดความเสี่ยง โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s Disease)
  10. ช่วยให้อายุยืนแบบมีความสุข

 

 

เชื่อว่าเป็นคำถามที่หลายคนสงสัย

และใช้เป็นตัวตัดสินว่าควรหรือไม่ควรทำ Intermittent Fasting (IF)

ซึ่ง Intermittent Fasting (IF) ก็เหมือน ทริคการลดน้ำหนักง่ายๆ งั้นเรามาดูทริคที่ควร “ระวัง” ในการอดอาหาร

เสี่ยงต่อการกินอาหารมากเกินกว่าที่ร่างกายต้องใช้

ด้วยข้อจำกัดในเรื่องเวลาของการกินอาหาร หรือ

การจำกัดปริมาณพลังงาน 2 วันต่อสัปดาห์ (หลักการ 5:2)

จะทำให้เกิดความหิว โหย และ ความอยากอาหารมากขึ้น

เมื่อเกิดความหิว และอยาก หลายคนจะเฝ้ารอคอยช่วงเวลาของการกินอาหาร

วางแผนอาหารมื้อในฝัน และ กินอาหารทุกอย่างที่อยากกิน ซึ่งหากขาดการควบคุม

และยับยั้งชั่งใจ ก็มีความเสี่ยงที่จะทำให้กินมากเกินกว่าที่ร่างกายต้องการ

หรือ เกิดอาการรู้สึกผิดที่กินอาหารมากเกินไป ทำให้เกิดความเครียดได้

 

นอนหลับไม่สนิท
คนส่วนใหญ่ที่ทำ Intermittent Fasting (IF)

จะใช้ช่วงเวลาในตอนกลางคืน เป็นช่วงอดอาหาร

เนื่องจากเป็นช่วงของการนอนหลับพักผ่อน

ที่ร่างกายไม่ต้องออกแรงทำกิจกรรมอะไร แต่มีงานวิจัยแสดงว่า

การอดอาหาร ทำให้เกิดความหิวมากๆ ในช่วงเวลาตอนกลางคืน

ทำให้การนอนหลับมีปัญหา นอนหลับไม่สนิท พักผ่อนไม่เพียงพอ

ซึ่งอาจส่งผลถึงการควบคุมความหิว และความอยากกินของหวาน

และของที่มีไขมันสูงได้ อาจจะทำให้น้ำหนักคุณเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว

 

 

เสี่ยงต่อการขาดสารอาหาร
กรณีที่ทำการลดน้ำหนัก ด้วยการทำ Intermittent Fasting (IF)

โดยผสมทริคอื่นๆ โดยเฉพาะ การนับปริมาณพลังงานเพียงอย่างเดียว

หรือการลด ตัด ปริมาณ คาร์โบไฮเดรต และไขมันลงมากๆ

อาจทำให้ร่างกายขาดสารอาหารที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต

ซึ่งหากทำติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจทำให้ร่างกายปรับเปลี่ยนโหมดเพื่อเอาตัวรอด

และรักษาสมดุล โดยการลดการเผาผลาญ และใช้พลังงานน้อยลง

สะสมไขมันมากขึ้น ทำการลด และการควบคุมน้ำหนักทำได้ยากขึ้น

 

สูญเสียกล้ามเนื้อ

ในการเผาผลาญพลังงาน เพื่อนำมาใช้ของร่างกายเรานั้น มีความซับซ้อนมาก

เมื่อปริมาณพลังงานจาก คาร์โบไฮเดรตลดต่ำลง กระบวนการเผาผลาญ โปรตีน

และไขมัน มาเป็นพลังงานจะค่อย ๆ สูงขึ้น ซึ่งสัดส่วนการเผาผลาญพลังงาน จาก

โปรตีนในกล้ามเนื้อ และไขมัน จะมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับลักษณะรูปร่าง

ปริมาณโปรตีนที่ได้รับ และ กิจกรรมทางกายที่ทำด้วย หากร่างกายไม่ได้รับสารอาหาร

และโปรตีนที่เพียงพอ หรือทำกิจกรรมการออกกำลังกายที่หนักเกินไป

อาจทำให้เกิดการสูญเสียกล้ามเนื้อได้

REF :Healthline 

 

 

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?

คลิกที่ดาว เพื่อให้คะแนนบทความ

Average rating 0 / 5. Vote count: 0

อ่านจบแล้ว แชร์เลย
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •