จัดการกลิ่นตัว กับปัญหา HS ด้วย 3 วิธี

จัดการกลิ่นตัว กับปัญหา HS ด้วย 3 วิธี

จัดการกลิ่นตัว กับปัญหา HS ด้วย 3 วิธี

หลายๆ คน อาจจะประสบกับปัญหาที่แก้ได้ยาก และส่งผลต่อภาพลักษณ์

โดยเฉพาะเรื่องกลิ่นกาย ซึ่งแม้จะพยายามดูแลเท่าไหร่

กลิ่นก็ไม่หายไปซักที สร้างความหนักใจให้กับบุคคลนั้นเป็นย่างมาก

HS คืออะไร

การอักเสบของต่อมเหงื่อ (Hidradenitis Suppurativa)

เป็นภาวะทางผิวหนังที่ก่อให้เกิดหนองหรือแผลเป็นตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย อาจจะสังเกตุได้ว่า เกิดเป็นสิว

หรือลักษณะคล้ายสิวไม่มีหัว ขึ้นได้ทุกบริเวณของร่างกาย ซึ่งนับเป็นความผิดปกติ ที่หาสาเหตุยังไม่ได้

หรือยังหาได้ไม่แน่ชัด และเมื่อต่อมเหงื่อผิดปกติ ทำให้เกิดทั้งอาการทางผิวหนัง และ กลิ่นตัวในบางครั้ง

นั่นทำให้ผู้เป็นอาการดังกล่าว ไม่กล้าที่จะเข้าใกล้ใคร เพราะเป็นกังวลในเรื่องกลิ่นตัว หนักๆ เข้า อาจจะทำให้

บุคคลนั้น แยกตัวออกจากสังคม เพราะไม่มั่นใจในเรื่องของกลิ่นตัว และเมื่อแยกตัว รู้สึกแปลกแยก

เข้ากับใครไม่ได้ อาจจะส่งผลถึงเรื่องซึมเศร้า ซึ่งเป็นอาการที่ตามมาได้

 

แม้ว่าปัจจุบัน จะยังไม่มีวิธีการรักษา HS ได้อย่างหายสนิท หรือ ไม่มีกลิ่นมารบกวน

แต่ต้องบอกว่า ในความเป็นจริงแล้ว ยังพอมีวิธีดูแล ขึ้นเบสิค ที่คุณจำเป็นต้องทำ เพื่อลดช่องว่าง

ระหว่างบุคคล และ สังคมลง ให้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ อย่างมีความสุข โดยมีกลิ่นรบกวนน้อยที่สุด

 

มาดูวิธีง่ายๆ แค่ 3 ขั้นตอน ที่อาจจะมองเห็นบ้าง หรือไม่ได้มองบ้างเพื่อ จัดการกลิ่นตัว

 

1.รักษาความสะอาดของร่างกายอย่างสม่ำเสมอ

HS นั้น เป็นอาการ ที่มีแนวโน้มที่จะเกิดบริเวณ Apocrine ชื่อนี้ คือต่อเหงื่อ ที่กระจุกตัวบริเวณรูขุมขน

ซึ่งเมื่อมันอยู่ใกล้รูขุมขน หมายความว่า เป็นที่ที่สามารถส่งออกกลิ่นจากตัวได้ และ ส่งอาจผลรบกวนผู้อื่น

ทำไมถึงเกิดกลิ่น? เนื่องจากฮอร์โมนในร่างกาย ได้สั่งในร่างกายผลิตโปรตีนชนิดหนึ่ง และส่งออกมาผ่านรูขุมขน

ความจริงแล้ว โปรตีนไม่ใช่ตัวการที่ทำให้เกิดกลิ่น ถ้ามันไม่เจอแบคทีเรียนะ การเจอแบคทีเรียทำไมถึงเหม็น?

ให้จินตนาการภาพว่า คุณมีชีสอยู่แล้ว ชีสนั้นบูด จากการที่มันเน่าเสีย หรือ แบคทีเรียไปที่ก่อปฏิกริยากับชีส

ถ้าคุณมีประสบการณ์ที่เคยเจอกับชีสที่เน่า นั่นละคำตอบที่เหม็นพอๆ กับกลิ่นตัว และมันไปผสมกับหนองที่ไหล

ออกมาจากแผลของ HS ยิ่งทำให้กลิ่นทวีความรุนแรงมากขึ้นไปอีก

 

สิ่งสำคัญคือ การปฏิบัติดูแลร่างกาย ตามกิจวัตรให้เป็นแบบประจำวัน คือการดูแลชำระล้างร่างกายให้สะอาด

และสิ่งที่สำคัญ ของการดูแลผิวร่าง ร่างกายอีกอย่าง คือ โปรดทำด้วยความระมัดระวัง มองข้ามสบู่ที่มีกลิ่นแรง

และสร้างความระคายเคืองกับผิวของคุณไปได้ เพราะนั่นยิ่งเป็นการทำร้ายผิว หนักเข้าไปอีก อาจจะเปลี่ยนวิธีการ

โดยการพกผลิตภัณฑ์เพื่อใช้จัดการกลิ่นตัวที่อ่อนโยน เพื่อจัดการ กับปัญหากลิ่นตัวแทน ย้ำว่าอ่อนโยนนะ

 

 

2.เลือกผลิตภัณฑ์ดับกลิ่นกาย อย่างระมัดระวัง

แม้แต่ผู้ที่ไม่มีแผล หรือ ปัญหาของ HS ยังต้องกังวลเรื่องกลิ่นกาย หรือ

กลิ่นรักแร้ สำหรับคนที่ไม่มีกลิ่นกายรุนแรงเป็นทุนเดิม อาจจะแค่มองหาผลิตภัณฑ์ที่ชอบ

หรือ กลิ่นที่ชื่นชอบเพียงเท่านั้น เหตุผลเพียงอย่างเดียวคือมีผลเพื่อระงับกลิ่นกายได้อย่างอยู่หมัด

ก็เพียงพอแล้ว และอาจจะแถมพ่วงอีกอย่าง คือมีผลช่วยเรื่องของการลดเหงื่อ

 

อีกทางนึงด้วย ยิ่งดี แต่สำหรับผู้ที่เป็น HS หรือมีรอยโรค ของการเป็นอยู่แล้วละก็

อาจจะต้อง ระมัดระวังเป็นพิเศษเพราะการเป็นแผล มันระคายเคืองง่าย

ยิ่งผลิตภัณฑ์ที่ระงับกลิ่นได้แบบรวดเร็ว หรือว่า ลดเหงื่อได้ อาจจะส่งผลกระทบต่อแผลโดยตรง

นั่นแปลว่ามันจะเน่า แล้วผลลัพธ์จะยิ่งเลวร้ายลงไปอีก เพราะในบริเวณนั้น มีการขยับของร่างกายเยอะ

ส่งผลให้เกิดการเสียดสีได้ และ เป็นแผลหนักเข้าไปอีก ซึ่งเรื่องของการตัดสินใจ

ใช้ผลิตภัณฑ์ เพื่อจัดการกลิ่น ของผู้ที่เป็น HS จำเป็นที่จะต้องปรึกษาแพทย์ หรือ ผู้เชี่ยวชาญ

เพื่อเข้าช่วยเหลือ ในการเลือกผลิตภัณฑ์ที่ถูกกับคุณที่สุด

 

3.เลือกเสื้อผ้า ด้วยความระมัดระวัง

หลายคนบอกว่า ข้อนี้ เป็นข้อที่ ไม่เคยคิดถึงมากก่อนเลย เพราะว่าคนเรา

ก็น่าจะเลือกเสื้อผ้าที่เราชอบ เพื่อสวมใส่แต่บางคนอาจจะลืมไปว่า เสื้อผ้าบางประเภท

ยิ่งเป็นตัวกระตุ้น ให้เกิดอาการดังกล่าว ย้อนกลับไปมองเสื้อผ้าที่คุณสิว่า

มันใช่แบบที่บอกรึเปล่า เพราะบางคนอาจจะชอบเสื้อผ้า ที่เข้ากับร่างกาย

หรือ รัดรูป รู้สึกกระชับกับร่างกาย สร้างความมั่นใจแต่ถ้ากับ HS นี่ไม่มั่นใจนะว่า

จะเป็นผลดี เนื่องจากเสื้อผ้ารัดรูป ส่งผลอีกอย่าง คือมันแนบชิด กับร่างกาย มีโอกาสสร้างความ

เสียดสีกับผิวหนังได้สูง อยากให้หยุดคิดสักนิด ว่าการใส่เสื้อผ้าที่ขัดผิวคุณอย่างรุนแรง

อาจจะทำให้เกิดแผล ละนั่นละ เริ่มกลับมาอีกละนะ กลิ่นไม่พึงประสงค์

เพราะมันถูกับแผลของคุณยังไงละ อีกอย่างของเสื้อผ้า ที่มีความรัดรูป เข้าตัว

คือมันทำให้เราเหงื่อออกได้ง่าย เนื่องจากการระบายอากาศ ที่ทำได้ไม่ดี

และก็ทำให้วนกลับไป ลูปเดิม คือ เหงื่อออก มีโปรตีนออกมาด้วย ผสมกับแบคทีเรีย บึ้ม กลิ่นคลุ้ง

เสื้อผ้าที่แน่นเกินไป ยังส่งผลถึงเรื่องที่ทำให้ แผลของคุณแตกออกเร็ว

เนื่องจาก เกิดการเบียดเสียดตลอดเวลา ทำให้หนองไหล และ ทำให้แผลเกิดกลิ่นเหม็น

 

โปรดคำนึง ถึงหลักของการเลือกเสื้อผ้า เลือกเสื้อผ้า ที่สวมใส่สบาย อาจจะไม่ถูกใจ แต่ช่วยเรื่องกลิ่นได้

เนื้อผ้าแบบธรรมชาติ เป็นตัวเลือกที่ดีมาก สำหรับผิว เพราะช่วยในเรื่อง

ของการระบายอากาศ และ ง่ายต่อการซับเหงื่อพอทุกอย่างเป็นไปตามสมควร

ก็ทำให้เกิดกลิ่นน้อยลง ส่วนชุดชั้นใน ของผู้ชายอาจจะแนะนำเป็น กางเกงบ็อกเซอร์ เพราะโล่ง

โปร่งสบายมากกว่า แม้บางครั้งอาจจะควบคุมได้ยาก

 

หลีกเลี่ยงชุดชั้นใน ที่มีส่วนผสมของโลหะในตัวชุด หรือ มีสายรัด ส่งผลแรงสูง

เพราะนั่นอาจจะเกิดให้เกิดการกดทับ หรือ ก่อให้เกิดการเสียดสี กับแผล หรือ

ส่วนที่อ่อนแออื่นๆ การดูแลปัญหาแผล แนะนำให้ใช้แผ่นซับน้ำนม หรือ

ผ้าที่อ่อนโยน เพื่อดูแล ซับเหงื่อ ในบริเวณดังกล่าว เพื่อลดการสะสมของเหงื่อ และ กลิ่น ให้เหลือ

น้อยที่สุด หลังจากที่เสื้อผ้าของคุณ ได้ซับเหงื่อต่อวันแล้ว เราก็จำเป็นต้องซักผ้า เพื่อคงความสะอาด เมื่อต้องสวมใส่ใหม่

 

การเลือกผลิตภัณฑ์ เพื่อการซักผ้า ก็อยากให้เลือกแบบที่อ่อนโยนต่อผิว

เพื่อลดอัตราการระคายเคืองเพิ่มเติม สารชะล้างให้ปราศจากเอนไซม์

เพื่อลดความระคายเคือง เช่นเดียวกันกับอันที่ไม่มีกลิ่น

และ ย้อมสีเสื้อผ้า สิ่งที่ต้องระวังเพิ่มอีกอย่าง คือการโกนขน หรือ กำจัดขน

ในที่ต่างๆ นั้น ส่งผลต่อแผลของคุณหรือไม่ อาจจะต้องหยุดโกน

ในบริเวณที่มีแผลก่อน บางคนเลือกใช้วิธีเลเซอร์ แทนการโกน

เพราะการใช้เลเซอร์ช่วยได้ดีทั้งเรื่องกำจัดขน ฆ่าเชื้อ และลดกลิ่นได้

ถือว่าดีมากๆ พยายามควบคุมอาการให้ได้มากสุด จากปัจจัยภายนอก

ผู้ที่มีอาการ HS อาจจะมีวิธีการที่รักษาที่แตกต่างกัน แต่นี่เป็นวิธีเบื้องต้น

ที่นำมาฝาก การดูแลรักษา อาจจะต้องอาศัยความอดทน จนกว่า

จะพบสิ่งที่เหมาะกับเรา

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?

คลิกที่ดาว เพื่อให้คะแนนบทความ

Average rating 3.3 / 5. Vote count: 3

อ่านจบแล้ว แชร์เลย
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •